วิธีเตรียม “พ่อแม่” ให้พร้อมก่อนลูกเปิดเทอม
เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
วิธีเตรียม “พ่อแม่” ให้พร้อมก่อนลูกเปิดเทอม บทความโดย #มัมมี่Bชวนเมาท์
ใกล้เปิดเทอมแล้ว
พ่อแม่หลายคนทุ่มเทกับการดูแลและเตรียมตัวให้ลูก
จนลืมดูแลกายใจและความพร้อมของตัวเราเองไปอยู่หรือเปล่า
.
เพราะในความเป็นจริง
คนที่รับบทหนักที่สุดในช่วงเปิดเทอมไม่ใช่ลูก
แต่คือ “พ่อแม่ ”ที่ต้องใช้พลังมากมาย
ทั้งในเรื่องงาน เรื่องเงิน ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
รวมถึงต้องดูแลจัดการลูกในทุกๆด้าน
.
วันนี้ มัมมี่B จึงมีข้อแนะนำสำหรับ “พ่อแม่”
ในการเตรียมพร้อมเพื่อดูแลตัวเอง
และเพื่อรับมือให้การเปิดเทอมของลูก
ไม่เป็นการเพิ่มภาระให้เราจนเกินไป
.
และเพื่อช่วยให้ลูกเตรียมพร้อมกับการเปิดเทอมได้ด้วยตัวของเขาเอง
ซึ่งพ่อแม่สามารถทำได้ดังนี้
#เติมพลังให้ตัวเองอย่างเพียงพอ
หากเหนื่อยจากงานและภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแล้วไม่พอ
ตื่นเช้ามาต้องทำอาหาร เตรียมทุกอย่าง
แล้วยังต้องมารับมือกับความงอแงของลูก
อาจทำให้เราหมดพลัง หรือ ระเบิดออกมาโดยไม่ตั้งใจ
.
พ่อแม่จึงต้องแน่ใจก่อนว่า
เราได้ดูแลและเติมพลังกายใจให้ตัวเองอย่างเพียงพอ
ซึ่งวิธีที่ง่ายแต่จำเป็นที่สุด คือ
การกินให้อิ่ม นอนให้พอ และได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง
.
#ปรับความคาดหวังให้ตรงปก
.
หากหวังว่า ลูกน้อยจะตื่นเช้ายิ้มรับวันเปิดเทอมใหม่ด้วยความสดใส
อาจทำให้ผิดหวัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านที่ปล่อยล้อฟรี
ให้อิสระลูกอย่างเต็มที่เมื่อตอนปิดเทอม
และถึงแม้พ่อแม่จะเตรียมพร้อมมามากแค่ไหน
แต่ “บ้านที่อยู่แล้วมีความสุข”
ก็อาจทำให้ลูกงอแง ไม่อยากไปโรงเรียนได้เสมอ
การทำใจยอมรับว่าการงอแงในวันเปิดเทอมของลูก
โดยเฉพาะในเด็กเล็ก คือเรื่องปกติ
จะช่วยให้เรารับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ด้วยใจที่นิ่งขึ้น
.
#ปรับตารางชีวิตให้คลิกกับการเปิดเทอม
ควรเริ่มปรับตารางเวลาของทุกคนในบ้าน
ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 อาทิตย์ก่อนเปิดเทอม
เช่น ปรับเวลานอนของทุกคนให้ไวขึ้น
ปลุกลูกให้เช้าขึ้น กินข้าวไวขึ้น วันละ 10-20 นาที แบบค่อยเป็นค่อยไป
จนทุกคนเริ่มชินและขยับเข้ามาใกล้เคียงกับเวลาเปิดเทอมในที่สุด
.
#ฝึกลูกให้รับผิดชอบเพื่อทุ่นแรง
.
หากลูกยังเล็ก เราอาจช่วยเตรียมข้าวของเครื่องใช้ไปโรงเรียนให้ได้
แต่เมื่อลูกเริ่มโต พ่อแม่ควรเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน
ค่อยๆ ปล่อยให้ลูกมีส่วนร่วมจัดการ
เช่น ทำลิสต์ให้ลูกเตรียมเสื้อผ้า หนังสือและอุปกรณ์การเรียนด้วยตัวเอง
.
ระหว่างการเตรียมตัว ลูกก็จะได้เตรียมใจล่วงหน้าไปพร้อมๆกัน
.
#เพิ่มพลังให้ลูกด้วยคำชม
หากลูกตื่นเช้าได้มากขึ้น ทำธุระส่วนตัวได้ไวขึ้น
หรือ จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆได้ด้วยตัวเอง
.
สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือการ “ชมลูก”
โดยชมให้ชัดในสิ่งที่เขาทำ
หรือชมในความพยายามปรับตัวที่เรารู้ว่ามันไม่ง่าย
.
“แม่รู้เลยว่าหนูง่วง แต่ก็พยายามลุกทันทีที่แม่ปลุก แม่ภูมิใจในตัวหนูจัง อาบน้ำเสร็จ เราไปกินข้าวเมนูโปรดลูกกันนะ ”
คำชมจะทำให้ลูกภูมิใจ ยิ่งอยากทำดี รู้สึกดีกับพ่อแม่
และที่สำคัญ เป็นสร้างความรู้สึกและภาพจำให้ลูกว่า
“วันเปิดเทอมไม่ใช่วันที่เลวร้าย”
.
#รับฟังพูดคุยกันเพื่อเตรียมความพร้อม
หาเวลาคุยกับลูกก่อนเปิดเทอม
โดยพ่อแม่สามารถบอกความรู้สึก
และความต้องการของเราให้กับลูกได้
โดยไม่ต้องตำหนิเขา (เทคนิค PAMA-Message )
เช่น “พอเปิดเทอม แม่รู้ว่าลูกง่วงที่ต้องตื่นเช้า
แม่เองต้องตื่นเช้าขึ้นก็เหนื่อยเหมือนกัน
แม่เลยอยากให้เราช่วยกันเตรียมตัวนะ”
และพร้อมรับฟังสิ่งที่ลูกอยากบอกหรือระบาย
ฟังด้วยความเข้าใจและยอมรับในทุกความรู้สึกของเขา
โดยที่ไม่ต้องรีบสอน
.
ทำให้ลูกรู้ว่า ไม่ว่าจะอย่างไร
เขาจะปลอดภัยเมื่อมีพ่อแม่อยู่ข้างๆ เสมอ
.
เพราะทุกการเปิดเทอมไม่ใช่แค่การเรียนรู้สำหรับ “ลูก”
แต่เป็น “การเรียนรู้ที่มีความหมาย”สำหรับพ่อแม่เช่นกัน
อีกไม่กี่วันจะเปิดเทอมแล้ว…
พ่อแม่เตรียมพร้อมกันแค่ไหน มาแชร์เทคนิคกันหน่อยน๊า ? 🥰
Net PAMA ขอเป็นกำลังใจให้พ่อแม่และเด็กๆ ในทุกครอบครัวนะคะ ♥️
ใกล้เปิดเทอมแล้ว
พ่อแม่หลายคนทุ่มเทกับการดูแลและเตรียมตัวให้ลูก
จนลืมดูแลกายใจและความพร้อมของตัวเราเองไปอยู่หรือเปล่า
.
เพราะในความเป็นจริง
คนที่รับบทหนักที่สุดในช่วงเปิดเทอมไม่ใช่ลูก
แต่คือ “พ่อแม่ ”ที่ต้องใช้พลังมากมาย
ทั้งในเรื่องงาน เรื่องเงิน ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
รวมถึงต้องดูแลจัดการลูกในทุกๆด้าน
.
วันนี้ มัมมี่B จึงมีข้อแนะนำสำหรับ “พ่อแม่”
ในการเตรียมพร้อมเพื่อดูแลตัวเอง
และเพื่อรับมือให้การเปิดเทอมของลูก
ไม่เป็นการเพิ่มภาระให้เราจนเกินไป
.
และเพื่อช่วยให้ลูกเตรียมพร้อมกับการเปิดเทอมได้ด้วยตัวของเขาเอง
ซึ่งพ่อแม่สามารถทำได้ดังนี้
#เติมพลังให้ตัวเองอย่างเพียงพอ
หากเหนื่อยจากงานและภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแล้วไม่พอ
ตื่นเช้ามาต้องทำอาหาร เตรียมทุกอย่าง
แล้วยังต้องมารับมือกับความงอแงของลูก
อาจทำให้เราหมดพลัง หรือ ระเบิดออกมาโดยไม่ตั้งใจ
.
พ่อแม่จึงต้องแน่ใจก่อนว่า
เราได้ดูแลและเติมพลังกายใจให้ตัวเองอย่างเพียงพอ
ซึ่งวิธีที่ง่ายแต่จำเป็นที่สุด คือ
การกินให้อิ่ม นอนให้พอ และได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง
.
#ปรับความคาดหวังให้ตรงปก
.
หากหวังว่า ลูกน้อยจะตื่นเช้ายิ้มรับวันเปิดเทอมใหม่ด้วยความสดใส
อาจทำให้ผิดหวัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านที่ปล่อยล้อฟรี
ให้อิสระลูกอย่างเต็มที่เมื่อตอนปิดเทอม
และถึงแม้พ่อแม่จะเตรียมพร้อมมามากแค่ไหน
แต่ “บ้านที่อยู่แล้วมีความสุข”
ก็อาจทำให้ลูกงอแง ไม่อยากไปโรงเรียนได้เสมอ
การทำใจยอมรับว่าการงอแงในวันเปิดเทอมของลูก
โดยเฉพาะในเด็กเล็ก คือเรื่องปกติ
จะช่วยให้เรารับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ด้วยใจที่นิ่งขึ้น
.
#ปรับตารางชีวิตให้คลิกกับการเปิดเทอม
ควรเริ่มปรับตารางเวลาของทุกคนในบ้าน
ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 อาทิตย์ก่อนเปิดเทอม
เช่น ปรับเวลานอนของทุกคนให้ไวขึ้น
ปลุกลูกให้เช้าขึ้น กินข้าวไวขึ้น วันละ 10-20 นาที แบบค่อยเป็นค่อยไป
จนทุกคนเริ่มชินและขยับเข้ามาใกล้เคียงกับเวลาเปิดเทอมในที่สุด
.
#ฝึกลูกให้รับผิดชอบเพื่อทุ่นแรง
.
หากลูกยังเล็ก เราอาจช่วยเตรียมข้าวของเครื่องใช้ไปโรงเรียนให้ได้
แต่เมื่อลูกเริ่มโต พ่อแม่ควรเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน
ค่อยๆ ปล่อยให้ลูกมีส่วนร่วมจัดการ
เช่น ทำลิสต์ให้ลูกเตรียมเสื้อผ้า หนังสือและอุปกรณ์การเรียนด้วยตัวเอง
.
ระหว่างการเตรียมตัว ลูกก็จะได้เตรียมใจล่วงหน้าไปพร้อมๆกัน
.
#เพิ่มพลังให้ลูกด้วยคำชม
หากลูกตื่นเช้าได้มากขึ้น ทำธุระส่วนตัวได้ไวขึ้น
หรือ จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆได้ด้วยตัวเอง
.
สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือการ “ชมลูก”
โดยชมให้ชัดในสิ่งที่เขาทำ
หรือชมในความพยายามปรับตัวที่เรารู้ว่ามันไม่ง่าย
.
“แม่รู้เลยว่าหนูง่วง แต่ก็พยายามลุกทันทีที่แม่ปลุก แม่ภูมิใจในตัวหนูจัง อาบน้ำเสร็จ เราไปกินข้าวเมนูโปรดลูกกันนะ ”
คำชมจะทำให้ลูกภูมิใจ ยิ่งอยากทำดี รู้สึกดีกับพ่อแม่
และที่สำคัญ เป็นสร้างความรู้สึกและภาพจำให้ลูกว่า
“วันเปิดเทอมไม่ใช่วันที่เลวร้าย”
.
#รับฟังพูดคุยกันเพื่อเตรียมความพร้อม
หาเวลาคุยกับลูกก่อนเปิดเทอม
โดยพ่อแม่สามารถบอกความรู้สึก
และความต้องการของเราให้กับลูกได้
โดยไม่ต้องตำหนิเขา (เทคนิค PAMA-Message )
เช่น “พอเปิดเทอม แม่รู้ว่าลูกง่วงที่ต้องตื่นเช้า
แม่เองต้องตื่นเช้าขึ้นก็เหนื่อยเหมือนกัน
แม่เลยอยากให้เราช่วยกันเตรียมตัวนะ”
และพร้อมรับฟังสิ่งที่ลูกอยากบอกหรือระบาย
ฟังด้วยความเข้าใจและยอมรับในทุกความรู้สึกของเขา
โดยที่ไม่ต้องรีบสอน
.
ทำให้ลูกรู้ว่า ไม่ว่าจะอย่างไร
เขาจะปลอดภัยเมื่อมีพ่อแม่อยู่ข้างๆ เสมอ
.
เพราะทุกการเปิดเทอมไม่ใช่แค่การเรียนรู้สำหรับ “ลูก”
แต่เป็น “การเรียนรู้ที่มีความหมาย”สำหรับพ่อแม่เช่นกัน
อีกไม่กี่วันจะเปิดเทอมแล้ว…
พ่อแม่เตรียมพร้อมกันแค่ไหน มาแชร์เทคนิคกันหน่อยน๊า ? 🥰
Net PAMA ขอเป็นกำลังใจให้พ่อแม่และเด็กๆ ในทุกครอบครัวนะคะ ♥️
เน็ตป๊าม้า ขอแนะนำหลักสูตรออนไลน์ สอนเทคนิคเชิงบวกในการปรับพฤติกรรมเด็ก
คอร์สเร่งรัด
เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่มีพื้นฐานการปรับพฤติกรรมเด็กเชิงบวกอยู่แล้ว
แต่ต้องการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็กที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
คอร์สจัดเต็ม
เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเรียนรู้และฝึกใช้เทคนิคการปรับพฤติกรรมเด็ก
อย่างเป็นขั้นบันได เพื่อเตรียมพร้อมที่จะนำไปรับมือกับปัญหาพฤติกรรมเด็ก
อย่างมั่นใจ