วิธีเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นคนมีความสุข
เมื่อ 1 สัปดาห์ที่แล้ว

“เลี้ยงลูกให้มีความสุข” ทำอย่างไร คำถามยอดฮิตของพ่อแม่ในยุคปัจจุบัน ถึงวิธีการเลี้ยงลูกอย่างไรให้เติบโตเป็นคนมีความสุข เรามาดูกันว่าจะมีเทคนิคอะไรบ้างที่ช่วยได้

1. พ่อแม่ต้องมีความสุขก่อน

การที่ลูกจะเติบโตเป็นคนมีความสุขได้นั้น ต้องเริ่มจากพ่อแม่มีความสุขเสียก่อน ฟังแล้วอาจสังสัยว่าเกี่ยวอะไรด้วย แม้ว่าการให้ความสำคัญกับลูกเป็นสิ่งจำเป็น แต่ที่จริงแล้วพ่อแม่ก็ควรให้ความสำคัญกับตนเองเช่นกัน หากพ่อแม่เครียดและไม่มีความสุข ลูกก็สามารถรับรู้อารมณ์ที่เปลี่ยนไปของพ่อแม่ได้เช่นกัน หลายครั้งที่พ่อแม่ไม่รู้ตัวว่ามีความเครียดสะสม ทำให้เผลอพูดจาทำร้ายจิตใจลูกโดยไม่เจตนาได้ ส่งผลให้เกิดการทะเลาะกันได้ ดังนั้นควรหมั่นสังเกตและดูแลอารมณ์ของตัวเองอยู่เสมอ เพราะว่าลูกที่มีความสุขเกิดจากการเลี้ยงดูโดยพ่อแม่ที่มีความสุข

 

2. เวลาร่วมกันในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ

ควรจัดตารางเวลาในแต่ละวันหรือสัปดาห์ เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้มีโอกาสพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เวลาของพ่อแม่ลูก พ่อลูก แม่ลูก พี่น้อง เป็นต้น กิจกรรมที่ทำควรมาจากการคิดวางแผนร่วมกันในครอบครัว โดยเน้นให้ลูกมีส่วนร่วมมากที่สุด การทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันในครอบครัวจะช่วยเติมพลังความสุขในชีวิตให้ลูกได้ เพราะความสุขง่ายๆ เกิดขึ้นได้จากครอบครัว

 

3. เข้าใจและรู้จักอารมณ์ของตนเอง

คนที่มีความสุขไม่ใช่คนที่ปราศจากความทุกข์เลย แต่คนที่มีความสุขคือคนที่รู้จัก เข้าใจอารมณ์ตนเอง และสามารถจัดการอารมณ์ทางลบได้อย่างเหมาะสมต่างหาก ดังนั้นถ้าพ่อแม่อยากให้ลูกจัดการอารมณ์ทางลบอย่างเหมาะสม ควรเริ่มสอนให้รู้จักอารมณ์ต่างๆ ผ่านการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ความคิด เพื่อกำกับการแสดงออกอย่างเหมาะสม โดยที่สื่อสารให้ลูกรู้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร เช่น ฟังจากน้ำเสียงแล้ว พ่อคิดว่าตอนนี้ลูกกำลังเสียใจ เพราะลูกคิดว่าพ่อรักน้องมากกว่า แม่รู้ว่าลูกโกรธเพื่อนที่มาหยิบของไปโดยไม่ขอก่อน เพราะลูกคิดว่าเพื่อนตั้งใจมาขโมย เป็นต้น

 

4. ความสัมพันธ์ในสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็น

พ่อแม่ควรให้ลูกได้ใช้เวลากับเพื่อนๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้การปรับตัวที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น การใช้เวลากับเพื่อนๆ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่าบนโลกใบนี้มีความสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบ บางครั้งดีกัน บางครั้งผิดใจกัน แล้วก็อาจกลับมาคืนดีเป็นเพื่อนกันใหม่ หรือแยกจากกันแต่ยังคงความเป็นเพื่อนได้ ทำงานกลุ่มร่วมกันได้ แต่อาจไม่สนิทกัน เป็นต้น เมื่อลูกเรียนรู้ความแตกต่าง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ก็จะช่วยให้ลูกปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ไม่จมกับความทุกข์ที่เกิดจากการยึดติดความสัมพันธ์มากจนเกินไป

 

5. รู้จักบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคน

สอนให้ลูกเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตนเอง เช่น เมื่อมีบทบาทเป็นนักเรียนควรทำอย่างไร หน้าที่ที่ลูกควรรับผิดชอบมีอะไรบ้าง อาจจะเริ่มจากเรื่องส่วนตัวอย่างการทำกิจวัตรประจำวัน การทำการบ้าน ไปจนถึงการช่วยงานภายในบ้าน นอกจากนี้พ่อแม่ควรสอนให้ลูกเข้าใจบทบาทของตนเองหรือบทบาทอื่นๆในสังคมด้วย ลูกจะได้เรียนรู้และเข้าใจมุมมองของผู้อื่นมากขึ้น  จะช่วยให้ลูกปรับตัวอยู่กับคนอื่นได้อย่างมีความสุข

 

6. ลดเวลาที่ใช้กับหน้าจอลง

ควรจำกัดในการดูทีวีหรือเล่นโทรศัพท์ต่อวัน สำหรับเด็กเล็กให้ลูกได้ใช้เวลากับการเล่นมากขึ้น เด็กโตสามารถหากิจกรรมตามความสนใจให้ลูกทำ นอกจากจะสร้างความสุข ยังเป็นการพัฒนาทักษะชีวิตอีกด้วย แต่ทั้งนี้ไม่ควรจำกัดเข้มงวดมากเกินไป ควรให้ลูกมีเวลาในการปฏิสัมพันธ์ทางโลกออนไลน์บ้าง ให้คำแนะนำเกี่ยวกับประโยชน์และโทษของเทคโนโลยี เมื่อลูกเริ่มรู้จักบทบาทและรับผิดชอบหน้าที่ของตนเองได้แล้ว สามารถให้อิสระในการใช้งานหน้าจอภายใต้การดูแลเอาใจใส่ที่เหมาะสม

 

7. ให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นได้

พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางในอนาคตของตนเอง หรือเรื่องอื่นๆในครอบครัวตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ให้รับฟังและเคารพในสิ่งที่ลูกพูด คอยให้กำลังใจและให้คำแนะนำอยู่เสมอ ลูกจะได้เรียนรู้ว่าพ่อแม่สามารถพึ่งพาและไว้ใจได้ นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาทักษะการสื่อสารอีกด้วย

 

ลองนำวิธีเหล่านี้ ไปปรับใช้ดูนะคะ บางทีเพียงแค่พ่อแม่ค่อยๆ ปรับทีละนิด การเติบโตเป็นคนมีความสุขของลูกก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ

 

ที่มา: https://www.daniel-wong.com/2015/10/19/raise-happy-successful-child/

       https://www.wikihow.com/Raise-Happy-Children

       https://parenting.firstcry.com/articles/how-to-raise-a-happy-child-10-effective-parenting-tips/

       https://parentology.com/10-scientifically-proven-methods-to-help-raise-happy-kids/

       https://mom.com/kids/secrets-to-raising-happy-children/check-yourself-happy

       https://www.pregnancymagazine.com/kids/happy-child


เขียน Chutharat Sriphiphat
เรียบเรียง ปันณ์นภัส ธนอริยาไพศาล (นักจิตวิทยา)
ภาพถ่ายโดย Johannes Plenio จาก Pexels
NET PaMa