window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'G-HT69D45H8X');
ทำอย่างไร ? เมื่อลูกหลานไม่อยากสืบต่อธรรมเนียมประเพณีของครอบครัว
เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว

เข้าสู่ช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี หลายครัวเรือนของชาวไทยเชื้อสายจีนก็กำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลสำคัญของครอบครัว นั่นก็คือเทศกาลเช็งเม้งซึ่งเป็นประเพณีการไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน เพื่อแสดงความกตัญญูต่อวิญญาณบรรพบุรุษ โดยเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลเช็งเม้งหลายบ้านก็ต้องมีการเตรียมการต่าง มากมายเพื่อสืบทอดประเพณีสำคัญนี้ทั้งเรื่องการเตรียมของไหว้ต่าง ตามธรรมเนียม การทำความสะอาดฮวงซุ้ย และอีกสิ่งที่ยากไม่แพ้กันก็คือ การรวบรวมลูกหลานทั้งตระกูลให้มาอยู่พร้อมหน้ากันในวันสำคัญของครอบครัว

 

แน่นอนว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ระดับความเข้มข้นต่าง ของธรรมเนียมก็เริ่มเบาบางลง งานบางอย่างเช่นการทำความสะอาดฮวงซุ้ยเริ่มมีการใช้บริการจ้างคนทำความสะอาดของทางสุสานมากขึ้น ส่วนของไหว้ก็เริ่มมีการพลิกแพลงให้ง่ายต่อการเตรียมมากขึ้นตามกำลังของลูกหลานยุคหลัง บ้างก็สั่งเดลิเวอรี่ บ้างก็สั่งชุดของกินแบบที่ตัวเองชอบ ครั้นจะถามเด็กสมัยนี้ว่าการกราบไหว้เจ้าที่ต้องเตรียมธูปกี่ดอก จะไหว้บรรพบุรุษต้องเทชากี่ถ้วย ก็คงเป็นเรื่องที่ตอบยากพอควร ความเปลี่ยนแปลงนี้เองที่นำมาซึ่งเสียงบ่นพึมพำและความหนักใจของผู้ใหญ่หลายคนที่ยังยึดถือประเพณีนี้อย่างเคร่งครัดมาอย่างยาวนาน

 

เด็กสมัยนี้ไม่รู้ธรรมนงธรรมเนียมอะไรกันแล้ว ต่อไปถ้าชั้นตายไปชั้นคงกลายเป็นผีไร้ญาติ ไม่มีคนมาไหว้แน่

 

คำบ่นเหล่านี้จากผู้ใหญ่มักจะสร้างความคลางแคลงใจให้กับเด็ก เสมอในทุก ปีที่มีการรวมญาติ ซึ่งเมื่อเด็ก ถามผู้ใหญ่ว่าเหตุใดเราจึงต้องทำตามธรรมเนียมที่มีรายละเอียดจุกจิกเยอะขนาดนี้ พวกเขาก็มักจะได้รับคำตอบว่าเป็นธรรมเนียมที่คนบ้านเราสืบทอดมาตั้งแต่โบราณแล้วหรือไม่ก็ทำให้ถูกต้องตามธรรมเนียม บรรพบุรุษจะได้พอใจ ช่วยปกปักษ์รักษาครอบครัวเราแน่นอนว่าคำตอบนั้นย่อมกลายเป็นจุดต่างของความเชื่อ 2 ยุคสมัย เพราะคนสมัยก่อนนั้นให้ความสำคัญกับการสืบทอดประเพณี และถือว่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็นรากเหง้าของครอบครัว สิ่งที่บรรพบุรุษสร้างมาให้ปฏิบัตินั้นย่อมแฝงไปด้วยกุศโลบายเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงลูกหลานทั้งสิ้น ในขณะที่คนรุ่นหลังจะเริ่มปล่อยวางจากธรรมเนียมมักจะตั้งคำถามกับข้อปฏิบัติต่าง ของคนรุ่นก่อน เช่น

 

ทำไมต้องจุดธูปจุดเทียนเยอะแยะขนาดนี้ แล้วจุดธูป 3 ดอก กับ 5 ดอกมันจะต่างกันตรงไหน

 

ทำไมต้องไหว้แต่ไก่ต้ม เป็ดพะโล้ทุกปี อากงอาม่าเราจะไม่เบื่อแย่หรอ สั่งไก่ทอด กับกุ้งอบวุ้นเส้นมาแทนได้ไหม

 

การทำความเข้าใจกับรอยต่อระหว่างยุคสมัยนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ประเพณีต่าง ของครอบครัวสืบต่อไปได้แบบราบรื่น สิ่งแรกที่ทุกครอบครัวควรทำคือการวางความเชื่อในแบบของตัวเองลงก่อน แล้วหันหน้าเข้าหากันมากขึ้น เราอาจจะได้ตอบคำถามของกันและกันอย่างตรงไปตรงมา ถ้าลูกหลานเกิดความสงสัยว่าทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร สิ่งที่เขาต้องการอาจจะไม่ใช่การต่อต้าน แต่เป็นการที่ผู้ใหญ่สามารถสร้างความเข้าใจและให้เหตุผลที่เหมาะสมกับเขาได้ วาทกรรมซ้ำ นั้นอาจจะใช้ไม่ได้ผลกับยุคสมัยนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นการให้คำอธิบายถึงที่มาของประเพณีอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

 

ประเพณี คือมรดกทางสังคมที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น เบื้องหลังของประเพณีต่างๆ มักจะมีที่มาและเป้าหมายของมันเสมอ เช่น เทศกาลเช็งเม้ง ก็มาจากตำนานการรำลึกถึงขุนนางผู้ซื่อสัตย์ขององค์ชายในสมัยโบราณ หัวใจของประเพณีนี้จึงเป็นเรื่องของการแสดงความกตัญญู นอกจากนี้เป้าหมายของเทศกาลเช็งเม้งยังไม่ได้มีแค่การรำลึกถึงคนตายเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวคนเป็นด้วย เทศกาลเช็งเม้งเป็นช่วงเวลาที่จะพาสมาชิกในครอบครัวกลับมาเจอกัน มาทำกิจกรรมร่วมกัน และเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนรำลึกอยู่เสมอว่าจะไม่มีใครในครอบครัวที่ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง

 

ในขณะเดียวกัน เมื่อผู้ใหญ่ได้สร้างความเข้าใจกับเด็ก ในเรื่องของประเพณีแล้ว การปรับตัวก็เป็นส่วนหนึ่งของการธำรงไว้ซึ่งประเพณีเช่นกัน เรื่องบางเรื่องเช่นการจัดอาหารไหว้ ในยุคสมัยนี้อาหารชุดแบบเดิมอาจจะจัดเตรียมได้ไม่สะดวกอีกต่อไปอีกทั้งเมนูอาหารไหว้ของยุคก่อน อาจจะไม่ถูกปากคนรุ่นหลังนัก บางทีการหาตัวเลือกอาหารที่หลากหลายและเข้าถึงง่ายมากขึ้น อาจจะช่วยดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับประเพณีของครอบครัวได้ดีกว่า และอาจทำให้เทศกาลของครอบครัวนี้ไม่เคร่งเครียดจนเกินไปด้วย

 

สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่สุดของธรรมเนียมในครอบครัวก็คือการได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน และสานต่อสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน การทำความเข้าใจกัน และเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงบางอย่างร่วมกัน ย่อมทำให้ธรรมเนียมประเพณีเหล่านี้บรรลุจุดประสงค์ของตัวมันเองอย่างแน่นอน และเราหวังว่าหากวิญญาณของผู้วายชนม์ได้มองลงมาเขาจะได้เห็นลูกหลานของพวกเขาสืบทอดสายสัมพันธ์ของตระกูลต่อไปได้อย่างยืนยาวไม่มีที่สิ้นสุด

NET PaMa