สัญญาณที่บอกว่า เรา “ใกล้ชิดและสนิท” กับลูก
สัญญาณที่บอกว่า เรา “ใกล้ชิดและสนิท” กับลูก บทความโดย #มัมมี่Bชวนเมาท์
หลายคนอาจคิดว่า “ความใกล้ชิด” หรือ “การสนิท” กับลูก คือ การที่พ่อแม่ต้องมีเวลาอยู่กับลูกมากๆ เอาใจใส่ ควบคุมดูแลลูกในทุกย่างก้าวเพื่อให้ลูกใช้ชีวิตและทำหน้าที่ตัวเองได้อย่างดี แต่ในความเป็นจริง ความใกล้ชิดที่มีผลต่อดีต่อความสัมพันธ์ ช่วยสร้างความมั่นคงทางใจให้กับลูก เป็นสิ่งที่ลูกทุกคนต้องการจากพ่อแม่ คือ
“เวลาที่พ่อแม่อยู่กับเขา จะมากหรือน้อยอาจไม่สำคัญ เท่ากับในเวลาที่อยู่ด้วยกัน ลูกมักรู้สึกเป็นที่รัก ผูกพัน เชื่อมโยง อบอุ่นและปลอดภัยอยู่เสมอ”
1. เวลาอยู่กับเรา ลูกเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ กล้าแสดงอารมณ์และความรู้สึกทั้งด้านบวกและลบ ไม่อยากทำ ก็จะพูดว่าไม่อยากทำ โดยไม่ต้องพยายามเป็นเด็กดีเพื่อเอาใจเรา เพราะเขามั่นใจว่า ไม่ว่าอย่างไร พ่อแม่ก็จะรักเขาเสมอ (เรียนรู้เพิ่มเติมได้ในบทเรียน Net PAMA หัวข้อ ปัจจัยในการปรับพฤติกรรมลูก และ ทักษะการสะท้อนอารมณ์และความรู้สึก)
2. ลูกมักจะชอบเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง ไม่ว่าจะเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ เรื่องดีใจ เสียใจ หรือ แม้แต่เรื่องน่าอาย เช่น ได้รางวัล เพื่อนแกล้ง โดนครูดุ หรือถูกลงโทษ เพราะรู้ว่า พ่อแม่จะฟัง จะไม่ขัด จะเข้าใจ และจะไม่ตัดสินเขา (เรียนรู้เพิ่มเติมได้ในบทเรียน Net PAMA หัวข้อ ทักษะการฟัง)
3. เมื่อลูกเจอกับปัญหา พ่อแม่มักจะเป็นคนแรกที่เขานึกถึง อยากระบาย อยากปรึกษา แต่ก็จะกล้าที่จะปฎิเสธคำแนะนำ หรือเห็นต่าง เพราะรู้ว่า พ่อแม่เชื่อใจและเคารพการตัดสินใจของเขาเสมอ (เรียนรู้เพิ่มเติมได้ในบทเรียน Net PAMA หัวข้อ เทคนิคการสื่อสาร)
4. ลูกกล้ายอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองโดยไม่ต้องให้ถามหรือคาดคั้น เช่น เล่าว่าทำข้อสอบไม่ได้ คะแนนไม่ดีก็ยื่นผลสอบให้เราดูอย่างไม่ลังเล เพราะรู้ว่า ถึงเขาจะพลาด แต่พ่อแม่จะไม่เอาคะแนนสอบมาวัดคุณค่าและตีตราตัวตนของเขาแน่นอน
5. อยากใช้เวลาร่วมกับพ่อแม่ อยากเล่น อยากคุย อยากเล่า อยากแชร์โลกของเขาให้เรารับรู้ แต่รูปแบบและระยะของความใกล้ชิดมักเปลี่ยนไปตามวัยของลูก
6. ทุกครั้งที่สอบ หรือลงแข่งขัน เขาอยากบอกผลพ่อแม่และเล่าว่ารู้สึกอย่างไร เพราะรู้ว่า หากเสียใจหรือพ่ายแพ้ พ่อแม่จะร่วมรู้สึก โอบกอดเขา และหากชนะ พ่อแม่ก็จะร่วมชื่นชมยินดี สำหรับพ่อแม่ ความรู้สึกและความพยายามของเขามีค่า และสำคัญมากกว่าผลลัพธ์ (เรียนรู้เพิ่มเติมได้ในบทเรียน Net PAMA หัวข้อ ทักษะการชมสร้าง self-esteem)
7. เวลาที่เราโมโห โกรธ เหนื่อยล้าหรือเศร้า ลูกจะพยายามช่วยฮีลใจในแบบของเขา โดยอาจจะถามไถ่ ใส่ใจ หรือแม้แต่ทำตัวน่ารักอย่างเงียบๆ เช่น ช่วยงานบ้าน เก็บบ้าน ยกน้ำให้า หรือกระตือรือร้นมากกว่าปกติ เพราะอยากให้พ่อแม่รู้สึกดีขึ้น
8. หากลูกเครียด หรือ ไม่สบายใจ พ่อแม่ คือที่ชาร์ตแบต แค่ขอนั่งใกล้ๆ หรือได้กอดพ่อแม่โดยไม่ต้องพูดอะไร เขารู้ว่า จะไม่ถูกคาดคั้นให้เล่าเรื่องราวที่ไม่พร้อมพูด แค่รู้ว่า มีพ่อแม่อยู่ ความเครียดหรือความกังวลของเขาก็ผ่อนคลายลงได้
9. ลูกจะกล้าหงุดหงิด เถียง ทะเลาะ โกรธ โมโหใส่เรา และเราจะกลับมาดีกันได้เสมอ เพราะพ่อแม่มีเหตุผล รับฟัง และจะยอมรับและขอโทษเมื่อเป็นฝ่ายผิด สุดท้ายลูกจะเรียนรู้การยอมรับผิดและขอโทษจากใจ โดยมีพ่อแม่เป็นต้นแบบเช่นกัน
ความใกล้ชิดและสนิทกับลูก ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณของเวลา และไม่ได้เกิดขึ้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่เป็นการสะสมเวลาที่ใช้ร่วมกันอย่างมีคุณภาพไม่ว่าจะมากหรือน้อย ซึมซับความรู้สึกดีๆ ทักถอเป็นความไว้วางใจ ผูกพัน เชื่อมใจ กลายเป็นสายสัมพันธ์ที่ทอดยาวที่แม้จะมองไม่เห็นด้วยตา แต่เมื่อวันหนึ่งแม้เราจะห่างกันไปแค่ไหน เราทั้งคู่จะสัมผัสมันได้ด้วยใจได้เสมอ
Net PAMA ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับทุกครอบครัวนะคะ ♥️