สอนลูกให้ “สุขง่าย” ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบและแข่งขัน
สอนลูกให้ “สุขง่าย” ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบและแข่งขัน บทความโดย #มัมมี่Bชวนเมาท์
ใครเจอปัญหานี้กันบ้าง ลูกที่บ้าน พ่อแม่หามาให้พร้อมแทบทุกอย่าง หน้าที่ของเขามีเพียงแค่ “ตั้งใจเรียนและรับผิดชอบตัวเองหน้าที่ตัวเอง”
แต่หลายครั้งลูกกลับทำเหมือนทั้งเครียด เหนื่อย ดูไม่มีความสุข ทั้งๆที่ชีวิตของพวกเขาช่างแสนสบาย เทียบไม่ได้เลยกับความยากลำบากในยุคของเรา
ในความเป็นจริงด้วยความแตกต่างของยุคสมัย
ค่านิยมของสังคมที่เปลี่ยนไป
ทำให้โลกภายนอกขโมยความสุขไปจากลูกได้โดยไม่รู้ตัวจริงๆ
มัมมี่B อยากชวนพ่อแม่มาสำรวจว่า…. อะไรบ้างที่อาจกำลังบั่นทอนความสุขของลูกเราอยู่ และ ในฐานะพ่อแม่ จะเลี้ยงลูกให้มีความสุขง่ายๆ ได้อย่างไร ในโลกที่ต้องเปรียบเทียบและต้องแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา
#ตารางเรียนและกิจกรรมของลูกแน่นเกินไปไหม
ชีวิตที่ตื่นเช้าต้องรีบเร่งไปโรงเรียน เย็นต่อด้วยการกวดวิชา หรือตารางซ้อมแข่งดนตรีกีฬาที่อัดแน่น จบวันด้วยการทำการบ้าน อ่านหนังสือ เตรียมตัวสอบหรือการแข่งขันวิชาการ หมุนวนเวียนไป
สำหรับลูก สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่แค่เวลา แต่ เป็น “ชีวิต ตัวตน ความสุข และเป้าหมาย” ของตัวเขาเอง พ่อแม่จึงควรวางแผนรักษาสมดุลให้ดีโดยแบ่งเวลาให้ลูกอย่างเหมาะสม เขาควรต้องมีเวลาที่ได้อิสระบ้าง เพื่อให้ได้คิด วางแผน และลงมือทำ ค้นหาตัวเอง สร้างเป้าหมายที่ตัวเองได้เลือกและตั้งใจ
#ความสุขที่ได้มาง่ายอาจกลายเป็นความเคยชิน
ความสุขและความสบาย แม้แต่ความสำเร็จที่ได้มาอย่างง่ายๆ โดยเฉพาะวัตถุและสิ่งของมีค่านอกกาย สำหรับเด็กบางคนอาจกลายเป็นความเคยชินจนมองข้ามไป
ทางแก้ ไม่ใช่พ่อแม่ต้องยิ่งทุ่มเทเพื่อให้ลูกมีความสุขมากขึ้น แต่เป็นการสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะสมหวัง และผิดหวังบ้าง ฝึกให้ลูกอดทนรอคอยได้ โดยให้ลูกลองลงมือทำด้วยตัวเอง ใช้ความทุ่มเท และพยายามจนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ เช่น การออมเก็บเงินค่าขนม สะสมสติกเกอร์เด็กดี เพื่อซื้อของเล่นด้วยตัวเอง ลูกจะภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองสร้าง ความสุขที่ต้องใช้ความพยายาม มักอยู่กับใจลูกได้นานกว่าเสมอ
#การเปรียบเทียบกับความสมบูรณ์แบบของผู้อื่น
เด็กและพ่อแม่ยุคนี้ ต้องถูกเปรียบเทียบกับคนทั้งโลก โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียที่มีทั้งเรื่องจริงและสิ่งปรุงแต่ง มองไปรอบตัวมีแต่คนหน้าตาดี เรียนเก่ง ประสบความสำเร็จมากมายเต็มไปหมด
การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่ตลอด จะทำให้ลูกมองข้ามสิ่งดีๆ ที่ตัวเองมีอยู่ มักรู้สึกด้อยและยังดีไม่พออยู่เสมอ
สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ คือ การรักลูกในแบบที่ลูกเป็น ไม่เปรียบเทียบลูกกับใคร หากต้องการพัฒนาเขา สอนให้ลูกเปรียบเทียบกับตัวเองในเมื่อวาน ชื่นชมในความพยายามมากกว่าผลลัพธ์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับลูก
#สอนให้ลูกชื่นชมและขอบคุณสิ่งที่มีและสิ่งดีรอบตัว
สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ทุกวัน คือการสร้างความสัมพันธ์และความทรงจำที่ดีให้กับลูก เช่น มีเวลากินข้าว เล่น และใช้เวลาร่วมกัน ชวนลูกพูดคุยบ่อยๆ อาจเป็นช่วงเวลาตอนเช้า หรือ ก่อนเข้านอน โดยให้ลูกคิดทบทวนว่า
“วันนี้มีอะไรที่ทำให้ลูกรู้สึกดีบ้าง”
ฝึกให้ลูกรู้จักมองหาสิ่งดีๆ ที่ตนเองมีจนติดกลายเป็นนิสัย การที่ลูกรู้คุณค่าของความสุขที่ตัวเองมี จะทำให้เขาสุขได้ง่ายกว่าการที่ต้องคอยไขว่คว้าความสุข และความสำเร็จตามผู้อื่น
เพราะเราไม่สามารถควบคุมโลกภายนอกได้
สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ดีที่สุด คือการปลูกฝังวินัยให้ลูก เพื่อเป็นรากฐานในการใช้ชีวิต และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในบ้าน เพื่อเป็นทักษะและกำลังใจในการใช้ชีวิตให้กับเขา ทำให้บ้านของเราเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับลูกเสมอ
Net PAMA ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุขให้กับทุกครอบครัวนะคะ♥️