window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'G-HT69D45H8X');

ไม่ว่าใครก็ไม่ควรถูกกระทำเพียงเพราะเราแค่ 'แตกต่าง' ข้อคิดจากเรื่อง The Hunchback of Notre Dame

เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว

ไม่ว่าใครก็ไม่ควรถูกกระทำเพียงเพราะเราแค่ 'แตกต่าง' - ตีแผ่ความทุกข์ของคน 'ชายขอบ' เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียม จาก 'The Hunchback of Notre Dame (คนค่อมแห่งโบสถ์นอร์เธอร์ดาม)' บทความโดย คุณนายข้าวกล่อง

LGBTQIA+, คนต่างเชื้อชาติ, คนผิวดำ, หรือบุคคลผู้มีความพิการ - ผู้คนเหล่านี้อาจถูกมองว่าเป็น 'บุคคลชายขอบ (Minorities)' หรือคนที่มักจะมีโอกาสถูกกีดกันจากสังคม เพราะพวกเขามีความแตกต่างทางรสนิยมหรืออัตลักษณ์ทางเพศ หรือเพราะมีความแตกต่างทางเชื้อชาติ สีผิว หรือรูปร่างลักษณะทางร่างกายบางอย่าง ซึ่งความอึดอัดจากความรู้สึก 'ไม่เป็นส่วนหนึ่ง' ของสังคมนี้ สามารถส่งผลกระทบทางจิตใจของพวกเขาได้พอสมควรเลย

.

ดังเช่นคนค่อมผู้สั่นระฆังของโบสถ์นอร์เธอดามอย่างควอสิโมโด (Quassimodo) ชายหนุ่มชาวยิบซีผู้ดันเกิดมามีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างไปจากสังคม ที่ถูกเลี้ยงดูโดยนักบวชใจเหี้ยมอย่างโฟรโล (Frollo) อย่างจำนนเพราะเขาดันพยายามกำจัดเขาสมัยวัยทารกต่อหน้าบาทหลวงของโบสถ์นอร์เธอดาม ซึ่งการเลี้ยงดูด้วยความเกลียดชังและโหดร้ายของโฟรโลได้ทำให้ควอซิโมโดให้เขากลายเป็นคนขี้อาย เจียมตัว มองตัวเองในแง่ลบ และยอมจำนนกับการถูกกดขี่ของเขา ด้วยการปลูกฝังให้ควอซิโมโดอยู่แต่ในโบสถ์เพราะเขาเป็นคนที่สังคมรังเกียจจากรูปร่างหน้าตาอันอัปลักษณ์ รวมถึงเห็นถึงคุณค่าของตนที่อุตส่าห์คอยเก็บตัวเองมาเลี้ยงดูอยู่ในโบสถ์แห่งนี้เพราะไม่มีใครอยากได้เขาไปดูแล

.

อย่างไรก็ตาม ด้วยทักษะการสังเกตของควอซิโมโดที่แหลมคม ประกอบกับการเป็นคนเห็นใจผู้อื่นและมีเพื่อนก้อนหินผู้น่ารักที่คอยซัพพอร์ตเขาระหว่างการเติบโตอยู่ในโบสถ์แห่งนี้ ควอซิโมโดเลยสามารถค่อย ๆ หาความสุขจากการถูกขังอยู่ในโบสถ์แห่งนี้ได้ แต่ก็ผสมไปด้วยความปราถนาภายในอันแรงกล้าที่อยากจะรู้จักผู้คนและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเมืองปารีส เพราะเขาก็คอยดูผู้คนเหล่านี้จากข้างบนโบสถ์มาโดยตลอด

.

สิ่งนี้เลยทำให้ในวันหนึ่งเขากล้าที่จะแอบออกมาจากโบสถ์เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองของชาวเมือง ทำให้เขาได้พบกับเอสเมอรัลด้า (Esmeralda) หญิงสาวชาวยิบซีที่โฟรโลกีดกันเนื่องด้วยถือเป็นคนนอกรีด หรือเป็นคนชายขอบของสังคมในยุคนั้น ที่ได้ช่วยเขาหลังจากที่โดนชาวเมืองบูลลี่ทำร้ายด้วยความคะนองเพราะเขามีหน้าตาอัปลักษณ์

.

แม้ว่าเหตุการณ์การถูกกีดดันจากชาวเมืองจะตอกย้ำมุมมองเชิงลบของควอซิโมโดมากขึ้น แต่มิตรภาพและการยืนหยัดเพื่อช่วยชีวิตตนของเอสเมอรัลด้าทำให้เขาเริ่มกล้าที่จะยืนหยัดต่อความเชื่อของตนเองที่ยอมจำนนต่อโฟรโลมาโดยตลอด และยิ่งเมื่อเขาได้ไปเจอกับฟีบัส อัศวินจิตใจดีผู้ก็ไม่เห็นด้วยต่อการกระทำอันโหดเหี้ยมของโฟรโล ที่แม้ในตอนแรกเขาจะไม่ชอบหน้าเท่าไหร่ แต่ฟีบัสก็เป็นคนสนับสนุนให้เขากล้าทำตามความเชื่อของตนเอง ทำให้ควอซิโมโดกล้าออกมาจากโบสถ์อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือเอสเมอรัลด้าที่กำลังจะถูกโฟรโลจับกุม

.

และทำให้ในท้ายที่สุดที่ทั้งเอสเมอรัลด้าและฟีบัสถูกโฟรโลจับกุมและกำลังจะถูกประหารหน้าโบสถ์นอร์เธอดาม ควอซิโมโดเลยกล้าและมีแรงฮึดเพื่อเข้าช่วยเหลือเพื่อน ๆ ของเขา รูปร่างและหน้าตาที่อัปลักษณ์ของเขากลับกลายเป็นร่างกายที่ให้พลังมหาศาล ทำให้เขาสามารถสลัดห่วงโซ่ที่ถูกโฟรโลมัดไว้ในโบสถ์ออกมาและเข้าไปช่วยเอสเมอรัลด้าและฟีบัสได้ในที่สุด รวมถึงกล้าต่อต้านกับการกระทำของโฟรโลที่ไม่ถูกต้องอย่างถึงที่สุด จนสุดท้ายโฟรโลก็จบชีวิตไปจากการพลัดตกจากหอคอยโบสถ์นอร์เธอดาม

.

'การกล้ายืนหยัดในความคิดและความเชื่อของตนเอง' จึงถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เขาเกิดการเปลี่ยนแปลงจากที่เป็นคนขี้อาย รู้สึกแย่ในตัวเอง และยอมจำนนต่อการกดขี่ ให้กลายเป็นคนที่กล้าทำในสิ่งที่ตัวคิด จนไปถึงยอมต่อต้านและต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งผู้ปกครองเองสามารถสนับสนุนได้เหมือนกับเอสเมอรัลด้าและฟีบัส จากการซัพพอร์ตและ validate ความแตกต่างเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางรสนิยมหรืออัตลักษณ์ทางเพศ ความแตกต่างทางรูปร่าง หน้าตา สีผิว หรือแม้กระทั่งความแตกต่างทางร่างกายที่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตหรือความพิการ ว่าความแตกต่างนี้ไม่ใช่ตัวกำหนดความรู้สึก 'แตกต่าง' ของเราจากสังคม หรือความแตกต่างนี้ไม่ได้แปลว่าเราไม่สวย ไม่ดี มีศักยภาพน้อยกว่าคนอื่น หรือทำให้ความคิดความเชื่อของเราเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมควรมีเพราะคนอื่นเขาไม่คิดไม่ทำกัน ซึ่งเทคนิคการเลี้ยงลูกเชิงบวกของ netpama.com ก็สามารถซัพพอร์ตผู้ปกครองให้สามารถสื่อสารและสนับสนุนถึงสิ่งนี้กับลูกของเราได้มากขึ้นเช่นกัน

.

และ 'การสร้างความตระหนักของสังคมภายนอกให้เข้าใจและยอมรับถึงความหลากหลาย' ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ส่วนตัวแล้ว #คุณนายข้าวกล่อง มองว่าก็เป็นอีกส่วนสำคัญเช่นกันเพื่อสนับสนุนลูก ๆ ของเราให้สามารถอยู่ในสังคมได้มากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วการกีดกันเพราะแค่มีความแตกต่างเหล่านั้น ก็ไม่ใช่สิ่งสมควรที่ไม่ว่าใครคนไหนต้องเจอเช่นกัน การยืนหยัดต่อสิ่งนี้จะสามารถช่วยให้สังคมตระหนักถึงสิ่งนี้มากขึ้น เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการการกีดกันหรือ discrimination อันเป็นต้นตอของความทุกข์ที่เกิดขึ้นต่อบุคคลเหล่านี้นั่นเอง

.

เพราะสุดท้ายแล้ว...........ไม่ว่าใครก็ไม่ควรถูกกระทำเพียงเพราะเราแค่ 'แตกต่าง' จริงไหมคะ?

หมวดหมู่ทั้งหมด

Net PAMA