เคล็ดไม่ลับ คำถามสำหรับพ่อแม่ในการเจาะใจลูก แบบฉบับซาเทียร์
เคล็ดไม่ลับ คำถามสำหรับพ่อแม่ในการเจาะใจลูก แบบฉบับซาเทียร์ บทความโดย #หมอพีช
.
หลายๆครั้ง
พ่อแม่อยากจะเข้าใจลูก
อยากชวนลูกคุยว่า
เขาคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร
แต่ไม่รู้ว่า จะเริ่มอย่างไรดี
.
วันนี้หมอพีชจะมาเล่าถึงคำถามสำรวจโลกภายในของลูก
ด้วยโมเดลภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg model)
ตามจิตบำบัดแนวซาเทียร์ (Satir therapy)
ซึ่งพัฒนาโดยคุณเวอร์จิเนีย ซาเทียร์
นักบำบัดครอบครัวชาวอเมริกันค่ะ
.
ตามแนวคิดของซาเทียร์ เชื่อว่า
พฤติกรรมที่เห็นเป็นเพียงส่วนบนของภูเขาน้ำแข็ง
แท้จริงแล้วมีสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใต้มากมาย
.
เมื่อพ่อแม่พูดคุยกับลูกอย่างลึกซึ้ง
ผ่านการถามเพื่อรับฟัง เข้าใจ ไม่ใช่ตัดสิน สะท้อนความรู้สึก
จะเกิดการเชื่อมโยงในระดับเซลล์สมองของพ่อแม่และลูก
ลูกสัมผัสได้ว่า
“พ่อแม่มองเห็นฉัน / I see you see me.”
.
การถูกเห็นถูกเข้าใจช่วยให้ลูกสัมผัสได้ว่า
“พ่อแม่สนใจฉัน ฉันเป็นที่รักและมีคุณค่า
ฉันเข้าใจแล้วว่าในใจฉันคิดหรือรู้สึกอย่างไร”
.
ลูกจะพัฒนาความสามารถ
ในการเข้าใจและเห็นอกเห็นใจตนเองและผู้อื่น
และสิ่งนี้เองจะส่งต่อไปเมื่อลูกมีลูก ลูกถูกรักอย่างไร
เขาก็จะส่งต่อสิ่งนั้นไปยังลูกของเขาค่ะ
หมอขอยกกรณีตัวอย่างดังนี้ค่ะ
เหตุการณ์/พฤติกรรมของพี่สาว: พี่สาวไม่ชอบน้องชายและมักจะแกล้งน้อง เวลาทะเลาะกันแล้วพ่อแม่เข้าไปห้ามพี่สาวมักจะโมโห บอกว่าใครๆก็เข้าข้างน้อง ไม่มีใครสนใจตนเลย จบลงด้วยพี่สาวเดินหนี
ความรู้สึกของพี่สาว: โกรธน้องชายที่มากวนตน โกรธพ่อแม่ที่ไม่ถามเรื่องราวก่อน น้อยใจที่พ่อแม่เข้าข้างน้องทันที เสียใจที่ถูกพ่อแม่โกรธอีกแล้ว กลัวพ่อแม่จะรักน้องมากกว่า รู้สึกโดดเดี่ยวในบ้าน
มุมมองความเชื่อของพี่สาว: หนูเป็นคนผิดเสมอ หนูไม่น่ารักไม่ดีเท่าน้อง พ่อแม่รักน้องมากกว่าหนู ในบ้านนี้หนูไม่สำคัญ
ความคาดหวังของพี่สาว: หนูอยากเป็นคนสำคัญ เป็นที่รักของพ่อแม่เหมือนเมื่อก่อน หนูอยากให้น้องเคารพหนูด้วย
ความต้องการที่แท้จริงของพี่สาว: อยากได้รับความรักอย่างเท่าเทียม อยากได้รับการยืนยันว่าตนยังสำคัญและมีคุณค่า อยากใกล้ชิดพ่อแม่ อยากมีพื้นที่ของตนเองในบ้าน
.
ต่อไป หมอจะยกตัวอย่างบทสนทนาในการสำรวจข้างในใจลูกจากกรณีข้างต้นค่ะ
แม่มาคุยกับพี่สาวหลังจากที่พี่เดินหนีไป
แม่ : แม่อยากคุยกับหนูหน่อยนะลูก
พี่สาว : ไม่เอา! (ดูระแวงและโมโห)
แม่ : หนูกลัวว่าแม่จะตำหนิหนูอีกใช่ไหมลูก >> ถามความรู้สึกลูก
พี่สาว : … (พยักหน้า น้ำตาคลอ)
แม่ : (ดึงลูกมากอด) มานี่มา ไม่เป็นไรนะ แม่รักหนูเสมอนะลูก >> ปลอบโยน ยืนยันความรัก
พี่สาว : … (ยอมให้กอด แต่ยังเงียบ)
แม่ : หนูเล่าให้แม่ฟังได้ไหมลูกว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น
พี่สาว : หนูทำงานประดิษฐ์ส่งครูอยู่ แล้วน้องก็มาขีดงานของหนูค่ะ
แม่ : ตายจริง แม่เห็นหนูทำงานนี้มาหลายวันแล้ว เพราะอย่างนั้นหนูเลยเสียใจและโกรธใช่ไหมลูก >> ถามความรู้สึก
พี่สาว : ใช่ค่ะ หนูเลยตีน้องไป
แม่ : แล้วพอพ่อแม่เห็นหนูตีน้อง และพ่อแม่ดุหนู หนูรู้สึกยังไงลูก
พี่สาว : เสียใจค่ะ
แม่ : หนูรู้สึกว่า ทำไมพ่อแม่ไม่ถามหนูก่อนใช่ไหม >> ถามความคิด
พี่สาว : ใช่ค่ะ แบบนี้หลายครั้งแล้ว อะไรๆก็ว่าหนู บอกว่าหนูเป็นพี่
แม่ : แม่ขอโทษด้วยนะลูก พ่อแม่ก็ผิดที่ไม่ถามหนูก่อน
พี่สาว : ค่ะ
แม่ : หนูกลัวว่าพ่อแม่จะเอาแต่เข้าข้างน้อง ไม่สนใจหนูใช่ไหมลูก >> ถามความคิด
พี่สาว : ใช่ค่ะ ปู่ย่าก็เอาแต่เล่นกับน้อง โอ๋น้อง ไม่มีใครชวนหนูเล่นแล้ว
แม่ : โถ (ดึงลูกมากอด) แม่เสียใจที่ทำให้หนูรู้สึกแบบนี้ จริงๆหนูก็แค่อยากให้ผู้ใหญ่รักหนู สนใจหนูเหมือนตอนก่อนมีน้องใช่ไหมลูก >> ถามความคาดหวัง
พี่สาว : ใช่ค่ะ (ดูสงบลง น้ำตาคลอ)
แม่ : พ่อแม่อยากบอกหนูนะว่า ไม่ว่าตอนก่อนหรือหลังมีน้อง พ่อแม่ก็รักหนูเหมือนเดิม พ่อแม่รักลูกทุกคนเหมือนกันนะ หนูเป็นลูกที่น่ารักของพ่อแม่เสมอนะลูก >> ยืนยันความต้องการที่แท้จริง
พี่สาว : ค่ะ
แม่ : หนูอยากให้พ่อแม่ช่วยหนูยังไงเรื่องงานประดิษฐ์ไหมลูก
พี่สาว : หนูคิดว่าหนูน่าจะซ่อมได้ค่ะ
แม่ : แล้วหนูอยากให้พ่อแม่ช่วยเรื่องน้องยังไงลูก
พี่สาว : บางทีหนูก็แค่อยากเล่นคนเดียว ทำอะไรคนเดียวค่ะ
แม่ : ถ้าอย่างนั้นเวลานั้น แม่จะดูน้อง ไม่ให้กวนหนูดีไหมลูก
พี่สาว : ดีค่ะ หนูมานึกอีกที น้องอาจไม่ตั้งใจ น้องอาจแค่อยากช่วย
แม่ : อืม เป็นไปได้นะ หนูอยากทำยังไงลูก
พี่สาว : หนูจะไปดูน้องและขอโทษน้องค่ะ
แม่ : อย่างนั้นเหรอลูก แม่ดีใจที่หนูให้อภัยน้องนะ ไปกันลูก
.
ต่อไป หมอจะสรุปเป็นลิสต์คำถามนะคะ พ่อแม่สามารถถามจากชั้นไหนก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องถามครบนะคะ แต่ใช้ใจในการถาม สิ่งสำคัญนอกจากข้อมูลที่ได้ คือ กระบวนการธรรมชาติที่พ่อแม่คุยกับลูก บรรยากาศที่ปลอดภัย ท่าทีและน้ำเสียงที่เปิดใจอยากใส่ใจ ก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ
คำถามสำรวจโลกภายใน
ความรู้สึก
“ตอนนั้นหนูรู้สึกยังไง”
“นอกจากความโกรธแล้ว หนูรู้สึกยังไงอีกหรือลูก”
ความรู้สึกต่อความรู้สึก
“หนูรู้สึกผิดที่โกรธเขาอย่างนั้นหรือลูก”
“พอหนูผิดหวังมากๆแล้วหนูรู้สึกอย่างไร”
ความคิด / ความเชื่อ
“เหตุการณ์นี้ทำให้หนูรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง”
“หนูรู้สึกว่าบรรยากาศที่โรงเรียนเป็นยังไง”
“พอเพื่อนไม่ตอบข้อความ มันทำให้หนูคิดว่า เขารู้สึกอย่างไรกับหนู”
ความคาดหวัง
“ที่หนูพยายามขนาดนี้เพราะอะไรหรือลูก”
“หนูอยากให้พ่อแม่ช่วยหนูยังไงไหม”
ความต้องการที่แท้จริง
“จริงๆลึกๆแล้ว ตอนนั้นหนูอยากให้พ่อแม่ทำอะไร”
“สิ่งที่หนูต้องการจริงๆคืออะไร”
ชุดคำถามนี้เป็นหนึ่งในกระบวนการที่พ่อแม่จะช่วยส่งเสริมทักษะทางอารมณ์และสังคมสำหรับลูกค่ะ พ่อแม่สามารถติดตามบทเรียนเพิ่มเติมได้ใน https://www.netpama.com/ แบบไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ หมอขอให้กำลังใจพ่อแม่สำหรับเส้นทางการเติบโตทางใจไปพร้อมกับลูกนะคะ
#เทคนิคเลี้ยงลูกเชิงบวก
#พัฒนาการด้านอารมณ์
#พัฒนาการด้านสังคม
#ความฉลาดทางอารมณ์(EQ)