เปลี่ยนการงอแงให้เป็นการเรียนรู้และอยู่ข้างๆลูก
เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว
“เพราะการงอแง….ไม่ใช่ปัญหา
แต่เป็นช่วงเวลาที่ลูกต้องการเรามากที่สุด”
บทความโดย #หมอเปิ้ล
ช่วงปิดเทอมแบบนี้ หมอเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาพิเศษของพ่อแม่ ที่เราได้ใกล้ชิดกับลูกมากขึ้น ได้เห็นรอยยิ้มและการเติบโตเล็ก ๆ ของเขาในทุกวัน
แต่ในขณะเดียวกัน…
ก็อาจเป็นช่วงที่ทำให้เรารู้สึก “เหนื่อย” มากขึ้นเหมือนกันใช่ไหมคะ 😊
เพราะเมื่อเราอยู่ด้วยกันทั้งวัน
นอกจากช่วงเวลาที่อบอุ่นและสนุกสนาน
ก็มักจะมี “ช่วงงอแง” แทรกเข้ามาเสมอ
และแน่นอน…
ไม่มีพ่อแม่คนไหนชอบเห็นลูกงอแง
แต่คุณหมออยากชวนมองช่วงเวลาแบบนี้
ด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้นอีกนิดค่ะ
ว่าเมื่อลูกงอแง จริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นในใจลูก?
สำหรับเด็กเล็ก
“พฤติกรรม = ภาษาของอารมณ์”
ลูกไม่ได้งอแง เพราะ ดื้อ
แต่กำลังพยายามสื่อสารบางอย่างที่เขายังบอกออกมาไม่ได้
อาจเป็นเพราะ หิว ง่วง ร้อน ไม่สบายตัว
หรือผิดหวัง เสียใจ โกรธ
หรือบางครั้ง…
เขาแค่ต้องการใครสักคนที่ “เข้าใจเขาจริง ๆ”
เพราะ สมองด้านการควบคุมอารมณ์ของเด็ก ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กจึงยังต้อง “ยืมพ่อแม่” ช่วยประคองความรู้สึกของเขา ณ ช่วงเวลานั้นค่ะ
และมีประโยคหนึ่งที่หมออยากให้พ่อแม่ค่อย ๆ บอกลูกเสมอ คือ
💛 “พ่อแม่ยังรักหนูเสมอ แม้ในวันที่หนูงอแง”
เพราะตัวตนของลูก
ไม่ใช่พฤติกรรมงอแงที่เกิดขึ้นชั่วคราว
แต่ คือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และเติบโตของลูกค่ะ
โดยพ่อแม่อาจเข้าใจและเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก ด้วย
💛 3 ขั้นตอน เปลี่ยนการงอแงให้เป็นการเรียนรู้และอยู่ข้างๆลูก
1. ตั้งชื่ออารมณ์ (Name it to tame it)
“ตอนนี้หนูกำลังหงุดหงิดใช่ไหม”
หรือ “มีตัวโมโหมาอยู่กับหนูใช่ไหม”
สำหรับเด็ก เพียงแค่มีคน “มองเห็นความรู้สึก”
ใจก็เริ่มสงบลงแล้วค่ะ และเด็กๆจะได้เรียนรู้การเข้าใจอารมณ์ผ่านการตั้งชื่อนี้ด้วยค่ะ
2. ช่วยลูก “สงบก่อน”
ยังไม่ต้องรีบสอนเหตุผล
ค่อย ๆ ชวนเขาสงบไปด้วยกัน เช่น
• หายใจลึก ๆ
• ร้องเพลงสั้น
• นับเลข
• หรือแค่กอดและอยู่ข้าง ๆ เขา
💛 เพราะสำหรับเด็ก
“การมีพ่อแม่อยู่ตรงนั้น” มีค่ามากกว่าคำสอนใด ๆ
และเด็กๆจะได้เรียนรู้ว่า เขาจัดการและผ่านอารมณ์นี้ไปได้
3. สะท้อนและชื่นชม
เมื่อเขาใจเย็นลง
💛 “เมื่อกี้หนูพยายามมากเลยนะ”
แล้วค่อยชวนเขาทบทวนอย่างอ่อนโยน
และสอนวิธีจัดการในครั้งต่อไป
เช่น “หนูเสียใจที่น้องหยิบของหนูไปใช่ไหม”
แล้วค่อยชวนคิดว่า “ครั้งหน้าเราจะบอกน้องหรือทำอย่างไรดี”
เพื่อให้เขาเรียนรู้ว่า
“ความรู้สึกของตัวเอง…เขาดูแลได้”
และอย่าลืมนะคะ การฝึกใจ ก็เหมือนการออกกำลังกาย
ช่วงแรกอาจยังไม่ง่าย
แต่ทุกครั้งที่ได้ฝึก ใจของลูกจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นทีละนิด
💛 “เพราะช่วงงอแง ไม่ใช่ปัญหา แต่ คือ โอกาสทองของการเรียนรู้และอยู่ข้างๆลูกค่ะ” ✨
และสิ่งที่ลูกจะจดจำไปตลอด
อาจไม่ใช่แค่สิ่งที่เราสอน แต่คือความรู้สึกว่า…
✨ “ในวันที่หนูควบคุมตัวเองไม่ได้
ยังมีพ่อแม่ที่คอยอยู่ข้าง ๆ หนูเสมอ” 💕
แล้วคุณพ่อคุณแม่จะมีความสุขกับการเลี้ยงลูก และเติบโตไปพร้อมกับลูกในทุกๆวันค่ะ
#ด้วยรักจากหมอเปิ้ล #เลี้ยงลูกอย่างสุข
#SELในชีวิตประจำวัน
แต่เป็นช่วงเวลาที่ลูกต้องการเรามากที่สุด”
บทความโดย #หมอเปิ้ล
ช่วงปิดเทอมแบบนี้ หมอเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาพิเศษของพ่อแม่ ที่เราได้ใกล้ชิดกับลูกมากขึ้น ได้เห็นรอยยิ้มและการเติบโตเล็ก ๆ ของเขาในทุกวัน
แต่ในขณะเดียวกัน…
ก็อาจเป็นช่วงที่ทำให้เรารู้สึก “เหนื่อย” มากขึ้นเหมือนกันใช่ไหมคะ 😊
เพราะเมื่อเราอยู่ด้วยกันทั้งวัน
นอกจากช่วงเวลาที่อบอุ่นและสนุกสนาน
ก็มักจะมี “ช่วงงอแง” แทรกเข้ามาเสมอ
และแน่นอน…
ไม่มีพ่อแม่คนไหนชอบเห็นลูกงอแง
แต่คุณหมออยากชวนมองช่วงเวลาแบบนี้
ด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้นอีกนิดค่ะ
ว่าเมื่อลูกงอแง จริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นในใจลูก?
สำหรับเด็กเล็ก
“พฤติกรรม = ภาษาของอารมณ์”
ลูกไม่ได้งอแง เพราะ ดื้อ
แต่กำลังพยายามสื่อสารบางอย่างที่เขายังบอกออกมาไม่ได้
อาจเป็นเพราะ หิว ง่วง ร้อน ไม่สบายตัว
หรือผิดหวัง เสียใจ โกรธ
หรือบางครั้ง…
เขาแค่ต้องการใครสักคนที่ “เข้าใจเขาจริง ๆ”
เพราะ สมองด้านการควบคุมอารมณ์ของเด็ก ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กจึงยังต้อง “ยืมพ่อแม่” ช่วยประคองความรู้สึกของเขา ณ ช่วงเวลานั้นค่ะ
และมีประโยคหนึ่งที่หมออยากให้พ่อแม่ค่อย ๆ บอกลูกเสมอ คือ
💛 “พ่อแม่ยังรักหนูเสมอ แม้ในวันที่หนูงอแง”
เพราะตัวตนของลูก
ไม่ใช่พฤติกรรมงอแงที่เกิดขึ้นชั่วคราว
แต่ คือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และเติบโตของลูกค่ะ
โดยพ่อแม่อาจเข้าใจและเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก ด้วย
💛 3 ขั้นตอน เปลี่ยนการงอแงให้เป็นการเรียนรู้และอยู่ข้างๆลูก
1. ตั้งชื่ออารมณ์ (Name it to tame it)
“ตอนนี้หนูกำลังหงุดหงิดใช่ไหม”
หรือ “มีตัวโมโหมาอยู่กับหนูใช่ไหม”
สำหรับเด็ก เพียงแค่มีคน “มองเห็นความรู้สึก”
ใจก็เริ่มสงบลงแล้วค่ะ และเด็กๆจะได้เรียนรู้การเข้าใจอารมณ์ผ่านการตั้งชื่อนี้ด้วยค่ะ
2. ช่วยลูก “สงบก่อน”
ยังไม่ต้องรีบสอนเหตุผล
ค่อย ๆ ชวนเขาสงบไปด้วยกัน เช่น
• หายใจลึก ๆ
• ร้องเพลงสั้น
• นับเลข
• หรือแค่กอดและอยู่ข้าง ๆ เขา
💛 เพราะสำหรับเด็ก
“การมีพ่อแม่อยู่ตรงนั้น” มีค่ามากกว่าคำสอนใด ๆ
และเด็กๆจะได้เรียนรู้ว่า เขาจัดการและผ่านอารมณ์นี้ไปได้
3. สะท้อนและชื่นชม
เมื่อเขาใจเย็นลง
💛 “เมื่อกี้หนูพยายามมากเลยนะ”
แล้วค่อยชวนเขาทบทวนอย่างอ่อนโยน
และสอนวิธีจัดการในครั้งต่อไป
เช่น “หนูเสียใจที่น้องหยิบของหนูไปใช่ไหม”
แล้วค่อยชวนคิดว่า “ครั้งหน้าเราจะบอกน้องหรือทำอย่างไรดี”
เพื่อให้เขาเรียนรู้ว่า
“ความรู้สึกของตัวเอง…เขาดูแลได้”
และอย่าลืมนะคะ การฝึกใจ ก็เหมือนการออกกำลังกาย
ช่วงแรกอาจยังไม่ง่าย
แต่ทุกครั้งที่ได้ฝึก ใจของลูกจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นทีละนิด
💛 “เพราะช่วงงอแง ไม่ใช่ปัญหา แต่ คือ โอกาสทองของการเรียนรู้และอยู่ข้างๆลูกค่ะ” ✨
และสิ่งที่ลูกจะจดจำไปตลอด
อาจไม่ใช่แค่สิ่งที่เราสอน แต่คือความรู้สึกว่า…
✨ “ในวันที่หนูควบคุมตัวเองไม่ได้
ยังมีพ่อแม่ที่คอยอยู่ข้าง ๆ หนูเสมอ” 💕
แล้วคุณพ่อคุณแม่จะมีความสุขกับการเลี้ยงลูก และเติบโตไปพร้อมกับลูกในทุกๆวันค่ะ
#ด้วยรักจากหมอเปิ้ล #เลี้ยงลูกอย่างสุข
#SELในชีวิตประจำวัน
เน็ตป๊าม้า ขอแนะนำหลักสูตรออนไลน์ สอนเทคนิคเชิงบวกในการปรับพฤติกรรมเด็ก
คอร์สเร่งรัด
เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่มีพื้นฐานการปรับพฤติกรรมเด็กเชิงบวกอยู่แล้ว
แต่ต้องการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็กที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
คอร์สจัดเต็ม
เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเรียนรู้และฝึกใช้เทคนิคการปรับพฤติกรรมเด็ก
อย่างเป็นขั้นบันได เพื่อเตรียมพร้อมที่จะนำไปรับมือกับปัญหาพฤติกรรมเด็ก
อย่างมั่นใจ