เวลาพี่น้องทะเลาะกัน พ่อแม่ “อย่า” ทำแบบนี้ เพราะลูกจะยิ่งบาดหมางและไม่รักกัน
เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว
เวลาพี่น้องทะเลาะกัน พ่อแม่ “อย่า” ทำแบบนี้
เพราะลูกจะยิ่งบาดหมางและไม่รักกัน
บทความโดย #มัมมี่Bชวนเมาท์
.
บ้านที่มีลูกมากกว่าหนึ่งคน
ต้องเคยเจอปัญหาพี่น้องทะเลาะกันทุกบ้าน
ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาก็จะแตกต่างกันไป
.
แต่รู้ไหมคะว่า…บางวิธีที่เราใช้กันบ่อยๆ
ด้วยความตั้งใจที่จะสอนลูกและแก้ปัญหา
.
กลับส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์
ทั้งกับพ่อแม่ และระหว่างลูก อย่างคาดไม่ถึง
.
ทำให้ลูกยิ่งทะเลาะ และบาดหมางกัน
ความสัมพันธ์กับพ่อแม่ก็แย่ลงเรื่อยๆ
.
#หนักที่สุดคือกลายเป็นพี่น้องไม่รักกัน
.
ไม่ใช่เพราะลูกทะเลาะกันบ่อยเลยไม่รักกัน
แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้น
ถูกตีความ และสะสมซ้ำๆ เช่น
.
#พ่อแม่มักตัดสินถูกผิด
แม้พ่อแม่จะตัดสินด้วยความยุติธรรมแค่ไหน
แต่สำหรับลูก จะเข้าใจว่า พ่อแม่ “ลำเอียง”เสมอ
รักและเข้าข้างลูกอีกคนหนึ่งมากกว่า
โดยไม่สนใจความรู้สึกของเขา
.
สะสมเป็น “ความอิจฉา” แย่งชิงความรักกันจากพ่อแม่
.
#สั่งให้ขอโทษและคืนดีกัน
การถูกบังคับให้ขอโทษ หรือสั่งให้คืนดีกัน
โดยที่ลูกไม่ได้รู้สึกผิด หรือยินยอม
.
จะสะสมเป็นความ “เก็บกด” ในใจ
ไม่ว่าจะเรื่องเล็กใหญ่
ลูกจะเขม่น และพร้อมปะฉะดะกันทันทีเมื่อมีโอกาส
.
#โดนลงโทษทั้งคู่
นอกจากไม่ได้เรียนรู้ถึงความผิดถูก
ลูกจะเรียนรู้ว่า “ไม่มีความยุติธรรม” ในบ้าน
.
พ่อแม่มักใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา
เพื่อให้เรื่องจบ แต่ความรู้สึกยังค้างคา
สะสมเป็นปัญหาและบาดแผลในใจ
.
#เพิกเฉยให้แก้ปัญหากันเอง
เพราะไม่เคยได้เรียนรู้ ลูกจึงไม่รู้วิธีแก้ไข
ทำให้ปัญหานั้นเกิดซ้ำๆ
.
ลูกคนที่มักชนะจะได้ใจ คนที่แพ้ก็จะคับข้องใจ
สะสมเป็นความรู้สึก “แย่”
ทั้งกับพ่อแม่ พี่น้อง และตัวเอง
.
ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่ทำได้
ไม่ใช่การห้ามลูกไม่ให้ทะเลาะกัน
หรือการเข้าไปตัดสินถูกผิด เพื่อลงโทษ
.
แต่พ่อแม่ควรสอนให้ลูกเรียนรู้
ในความเห็นต่าง ทะเลาะกันได้
แต่จะทำความเข้าใจ และยังรักกันอยู่
.
#วิธีการจัดการแก้ปัญหาเวลาลูกทะเลาะกันสามารถทำได้ดังนี้
#หากเกิดความรุนแรงให้แยกลูกออกจากกันก่อน
“การไม่ใช้ความรุนแรง”
คือ กฎของทุกคนในบ้าน
โดยไม่มีข้อยกเว้น
.
หากมีการใช้ความรุนแรง
ทำร้ายร่างกาย หรือข้าวของ
ให้แยกลูกออกจากกัน
รอจนกว่าลูกอารมณ์สงบลง
แล้วค่อยพูดคุยกันด้วยเหตุผล
.
#รับฟังเรื่องราวและความรู้สึกของลูกทั้งคู่
โดยยังไม่ต้องสอนอะไร
แต่ให้ฟังลูกแต่ละคน เล่าในมุมของเขา
ฟังเพื่อเข้าใจใน ”ความรู้สึก“ ของลูก
แม้เขาจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม
.
ทำให้ลูกรู้สึกว่า ถึงเขาจะทำผิด
แต่พ่อแม่ยังคงรัก
“รับฟัง” และให้โอกาสเขา
.
#แสดงให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจจริงๆ
โดยการพูดสะท้อนความรู้สึกของเขาออกมา
“แม่เข้าใจว่า ลูกโกรธมาก
ที่น้องเอาแต่ใจแย่งของเล่นลูก ก็เลยตีน้อง
พอน้องเจ็บ ก็ร้องไห้มาฟ้องแม่อีก”
.
#ฝึกลูกคิดหาทางออกด้วยกัน
เมื่อลูกรู้สึกว่า พ่อแม่รับฟัง และเข้าใจ
อารมณ์ของเขาจะเบาลง
ความรู้สึกถูกผิด และเหตุผลจะค่อยๆ ตามมา
โดยที่พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องตัดสิน
ว่า “ใครถูกหรือผิด”
ให้ถามลูกแต่ละคนว่าเขาคิดอย่างไร
กับสิ่งที่เกิดขึ้น ?แล้วใครควรทำอะไร ?
ลูกจะรับผิดชอบ แก้ปัญหานี้ยังไง ?
อยากให้แม่ช่วยอะไรได้บ้าง ?
.
#ฝึกให้พี่น้องได้ช่วยกันคิด
เรียนรู้และยอมรับเมื่อทำผิด
หาทางออกและแก้ไขร่วมกัน
.
รับผิดชอบต่อการกระทำตนเอง
โดยไม่ต้องให้ใครบังคับ
รู้จักขอโทษและให้อภัยกันจากใจจริง
.
เพราะการมีพี่น้องที่ “รักกัน”
คือ “ของขวัญ” ที่พ่อแม่จะให้กับลูกได้
.
ทุกชีวิตคือการเรียนรู้
มาเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับลูกด้วยกันนะคะ ♥️
.
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการเรียนรู้ #การเลี้ยงลูกเชิงบวก
ปลูกฝังวินัยไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก
บทเรียนทั้งหมดได้ถูกรวบรวมไว้ใน #คอร์สจัดเต็มออนไลน์ จัดทำโดยทีมจิตแพทย์เด็กและนักจิตวิทยา ที่ https://www.netpama.com/ ทั้งหมดนี้เรียน #online ได้ฟรี! โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
เพราะลูกจะยิ่งบาดหมางและไม่รักกัน
บทความโดย #มัมมี่Bชวนเมาท์
.
บ้านที่มีลูกมากกว่าหนึ่งคน
ต้องเคยเจอปัญหาพี่น้องทะเลาะกันทุกบ้าน
ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาก็จะแตกต่างกันไป
.
แต่รู้ไหมคะว่า…บางวิธีที่เราใช้กันบ่อยๆ
ด้วยความตั้งใจที่จะสอนลูกและแก้ปัญหา
.
กลับส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์
ทั้งกับพ่อแม่ และระหว่างลูก อย่างคาดไม่ถึง
.
ทำให้ลูกยิ่งทะเลาะ และบาดหมางกัน
ความสัมพันธ์กับพ่อแม่ก็แย่ลงเรื่อยๆ
.
#หนักที่สุดคือกลายเป็นพี่น้องไม่รักกัน
.
ไม่ใช่เพราะลูกทะเลาะกันบ่อยเลยไม่รักกัน
แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้น
ถูกตีความ และสะสมซ้ำๆ เช่น
.
#พ่อแม่มักตัดสินถูกผิด
แม้พ่อแม่จะตัดสินด้วยความยุติธรรมแค่ไหน
แต่สำหรับลูก จะเข้าใจว่า พ่อแม่ “ลำเอียง”เสมอ
รักและเข้าข้างลูกอีกคนหนึ่งมากกว่า
โดยไม่สนใจความรู้สึกของเขา
.
สะสมเป็น “ความอิจฉา” แย่งชิงความรักกันจากพ่อแม่
.
#สั่งให้ขอโทษและคืนดีกัน
การถูกบังคับให้ขอโทษ หรือสั่งให้คืนดีกัน
โดยที่ลูกไม่ได้รู้สึกผิด หรือยินยอม
.
จะสะสมเป็นความ “เก็บกด” ในใจ
ไม่ว่าจะเรื่องเล็กใหญ่
ลูกจะเขม่น และพร้อมปะฉะดะกันทันทีเมื่อมีโอกาส
.
#โดนลงโทษทั้งคู่
นอกจากไม่ได้เรียนรู้ถึงความผิดถูก
ลูกจะเรียนรู้ว่า “ไม่มีความยุติธรรม” ในบ้าน
.
พ่อแม่มักใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา
เพื่อให้เรื่องจบ แต่ความรู้สึกยังค้างคา
สะสมเป็นปัญหาและบาดแผลในใจ
.
#เพิกเฉยให้แก้ปัญหากันเอง
เพราะไม่เคยได้เรียนรู้ ลูกจึงไม่รู้วิธีแก้ไข
ทำให้ปัญหานั้นเกิดซ้ำๆ
.
ลูกคนที่มักชนะจะได้ใจ คนที่แพ้ก็จะคับข้องใจ
สะสมเป็นความรู้สึก “แย่”
ทั้งกับพ่อแม่ พี่น้อง และตัวเอง
.
ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่ทำได้
ไม่ใช่การห้ามลูกไม่ให้ทะเลาะกัน
หรือการเข้าไปตัดสินถูกผิด เพื่อลงโทษ
.
แต่พ่อแม่ควรสอนให้ลูกเรียนรู้
ในความเห็นต่าง ทะเลาะกันได้
แต่จะทำความเข้าใจ และยังรักกันอยู่
.
#วิธีการจัดการแก้ปัญหาเวลาลูกทะเลาะกันสามารถทำได้ดังนี้
#หากเกิดความรุนแรงให้แยกลูกออกจากกันก่อน
“การไม่ใช้ความรุนแรง”
คือ กฎของทุกคนในบ้าน
โดยไม่มีข้อยกเว้น
.
หากมีการใช้ความรุนแรง
ทำร้ายร่างกาย หรือข้าวของ
ให้แยกลูกออกจากกัน
รอจนกว่าลูกอารมณ์สงบลง
แล้วค่อยพูดคุยกันด้วยเหตุผล
.
#รับฟังเรื่องราวและความรู้สึกของลูกทั้งคู่
โดยยังไม่ต้องสอนอะไร
แต่ให้ฟังลูกแต่ละคน เล่าในมุมของเขา
ฟังเพื่อเข้าใจใน ”ความรู้สึก“ ของลูก
แม้เขาจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม
.
ทำให้ลูกรู้สึกว่า ถึงเขาจะทำผิด
แต่พ่อแม่ยังคงรัก
“รับฟัง” และให้โอกาสเขา
.
#แสดงให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจจริงๆ
โดยการพูดสะท้อนความรู้สึกของเขาออกมา
“แม่เข้าใจว่า ลูกโกรธมาก
ที่น้องเอาแต่ใจแย่งของเล่นลูก ก็เลยตีน้อง
พอน้องเจ็บ ก็ร้องไห้มาฟ้องแม่อีก”
.
#ฝึกลูกคิดหาทางออกด้วยกัน
เมื่อลูกรู้สึกว่า พ่อแม่รับฟัง และเข้าใจ
อารมณ์ของเขาจะเบาลง
ความรู้สึกถูกผิด และเหตุผลจะค่อยๆ ตามมา
โดยที่พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องตัดสิน
ว่า “ใครถูกหรือผิด”
ให้ถามลูกแต่ละคนว่าเขาคิดอย่างไร
กับสิ่งที่เกิดขึ้น ?แล้วใครควรทำอะไร ?
ลูกจะรับผิดชอบ แก้ปัญหานี้ยังไง ?
อยากให้แม่ช่วยอะไรได้บ้าง ?
.
#ฝึกให้พี่น้องได้ช่วยกันคิด
เรียนรู้และยอมรับเมื่อทำผิด
หาทางออกและแก้ไขร่วมกัน
.
รับผิดชอบต่อการกระทำตนเอง
โดยไม่ต้องให้ใครบังคับ
รู้จักขอโทษและให้อภัยกันจากใจจริง
.
เพราะการมีพี่น้องที่ “รักกัน”
คือ “ของขวัญ” ที่พ่อแม่จะให้กับลูกได้
.
ทุกชีวิตคือการเรียนรู้
มาเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับลูกด้วยกันนะคะ ♥️
.
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการเรียนรู้ #การเลี้ยงลูกเชิงบวก
ปลูกฝังวินัยไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก
บทเรียนทั้งหมดได้ถูกรวบรวมไว้ใน #คอร์สจัดเต็มออนไลน์ จัดทำโดยทีมจิตแพทย์เด็กและนักจิตวิทยา ที่ https://www.netpama.com/ ทั้งหมดนี้เรียน #online ได้ฟรี! โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
เน็ตป๊าม้า ขอแนะนำหลักสูตรออนไลน์ สอนเทคนิคเชิงบวกในการปรับพฤติกรรมเด็ก
คอร์สเร่งรัด
เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่มีพื้นฐานการปรับพฤติกรรมเด็กเชิงบวกอยู่แล้ว
แต่ต้องการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็กที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
คอร์สจัดเต็ม
เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเรียนรู้และฝึกใช้เทคนิคการปรับพฤติกรรมเด็ก
อย่างเป็นขั้นบันได เพื่อเตรียมพร้อมที่จะนำไปรับมือกับปัญหาพฤติกรรมเด็ก
อย่างมั่นใจ