เมื่อการสอบทำให้ลูกเครียด พ่อแม่จะดูแลใจลูกอย่างไร
ดูแลใจอย่างไรช่วงสอบและหลังประกาศผลสอบเข้า บทความโดยหมอพีช
เดือนนี้เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆหลากหลายวัยสอบเข้าทั้งโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย ในวันนี้หมอจะมาพูดถึงการดูแลใจสำหรับเด็กและครอบครัวค่ะ
ความวิตกกังวลในการสอบเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดช่วงการสอบ อาการที่พบได้แก่
- นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร กระสับกระส่าย สมาธิลดลง
- บางคนอาจมีอาการแพนิค ใจสั่น หายใจไม่ทัน ตัวสั่น อ่อนแรง คลื่นไส้อาเจียน
- เครียด คิดวน กังวลว่าอาจจะทำได้ไม่ดีพอ เปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น มองตนเองในทางลบ คิดว่าอ่านเท่าไหร่ก็ไม่พอ กังวลถึงอนาคตว่า หากสอบเข้าผลไม่เป็นดังที่หวังแล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร
คำแนะนำสำหรับเด็กและครอบครัว
ช่วงก่อนสอบ
สำหรับเด็ก
- พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนช่วยให้สมองจัดระเบียบข้อมูลที่อ่านไปและช่วยให้ความจำดีขึ้น ควรนอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมง
- อยู่กับปัจจุบัน (Focus on here and now) ความคิดกังวลเป็นสิ่งที่ผุดขึ้นมาได้ บางครั้งอาจรู้สึกว่า ห้ามใจไม่ให้กังวลยาก ให้อาศัยการรู้ตัวว่ากำลังกังวลอยู่ และบอกตนเองว่า “ตอนนี้ฉันกำลังกลัวว่าวันสอบจะทำไม่ได้ แต่สิ่งนั้นยังไม่เกิดขึ้นและการคิดเรื่องนี้ไม่เกิดประโยชน์ตอนนี้” ขอให้พาตนเองกลับมาทำในสิ่งที่ทำได้ในปัจจุบันก่อน
- มีแผนการอ่านหนังสือโดยกำหนดเป้าหมายรวมแล้วทำตารางอ่านหนังสือแต่ละวัน ตารางที่พอดีคือไม่แน่นเกินไปจนเป็นไปได้ยากหรือหลวมเกินไป อาจมีเวลาพักสั้นทุกหนึ่งชั่วโมง
- อนุญาตให้ตัวเองได้พักผ่อน ทำสิ่งที่ชอบ ออกกำลังกาย หรืองีบสั้นๆ บางคนอาจรู้สึกผิดที่จะพัก แต่สมองและใจก็ต้องการการพักผ่อนเพื่อให้มีแรงไปต่อ ไม่เช่นนั้นอาจหมดไฟได้
- การเดินเล่น นั่งเฉยๆ ปล่อยสมองให้โล่ง ไม่ต้องโฟกัสอะไรเป็นพิเศษ จะกระตุ้นวงจรสมองส่วนที่ช่วยเรียบเรียงข้อมูลที่อ่านไปและเกิดมุมมองใหม่ๆ (Default Mode Network) จึงดีต่อการเรียนรู้
- คงความเมตตาและรักตนเอง ยืนยันถึงคุณค่าในตนเองที่แยกจากผลการสอบ
- เป็นธรรมดาที่ช่วงเวลานี้จะเกิดความสงสัยในตนเอง สงสัยว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร ฉันจะได้เป็นตัวเองแบบที่ฉันใฝ่ฝันไหม
- หมออยากบอกว่า ถึงแม้บางเรื่องจะต้องใช้เวลากว่าจะได้คำตอบ แต่ความภูมิใจในตนเองเป็นสิ่งที่สามารถเกิดได้โดยไม่ขึ้นกับภายนอก ความเชื่อในตนเองว่า “ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่มีคุณค่า มีศักยภาพในการเลือกสิ่งที่เหมาะกับฉัน เดินไปในเส้นทางที่เป็นของฉัน ถึงแม้โลกจะเป็นยังไง ฉันสามารถเรียนรู้ ปรับตัว เติบโตในแบบของฉัน” เป็นสิ่งสำคัญมาก
สำหรับครอบครัว
- ในชีวิตวัยรุ่นหลายๆอย่างรวมถึงการต้องตัดสินใจและเลือกเส้นทางอนาคตเป็นสิ่งที่เค้าเผชิญเป็นครั้งแรก
- พวกเขาจึงอาจยังไม่มีทักษะในการรับมือกับความเครียดที่เพียงพอ
- แต่ทักษะนี้จะค่อยๆมากขึ้นตามประสบการณ์ชีวิตและด้วยการดูแลด้วยความรักและเข้าใจของพ่อแม่ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้เวลาพวกเขา
- ลูกๆอาจดูหงุดหงิดง่าย กังวล พูดด้วยยากขึ้น แต่ภายใต้พฤติกรรมที่แสดงออก มาจากความกังวล ความรู้สึกไม่มั่นคงภายใน
- พ่อแม่อาจไม่สามารถช่วยให้ลูกหายเครียดได้ทีเดียวเป็นเรื่องธรรมดา เพราะนี่ก็เป็นชีวิตของลูกที่ต้องเผชิญและผ่านมันไปด้วยตนเอง
- พ่อแม่จึงไม่จำเป็นต้องกดดันตนเองว่า ฉันต้องช่วยแนะนำหรือพูดให้ลูกหายเครียดได้ นอกจากนี้ หากพ่อแม่เครียดตามลูกด้วยความเป็นห่วง ลูกก็อาจยิ่งเครียดได้
- เพียงแค่พ่อแม่รับฟังความรู้สึกของเขา ให้กำลังใจ สะท้อนความตั้งใจของเขาที่พ่อแม่เห็น ก็เป็นการช่วยลูกๆแล้ว
หากผลสอบไม่เป็นดังที่หวัง
สำหรับเด็ก
- ความผิดหวัง ความเสียใจ ความโกรธ อาจท่วมท้นโดยเฉพาะในสองสามวันแรก รวมถึงความสงสัยในตนเองหรือความตำหนิตนเอง
- อนุญาตให้ตนเองร้องไห้ ให้ใจได้ระบายและได้พัก
- อยู่กับคนที่ไว้ใจ พูดคุยระบายความรู้สึกกับเขา
- หากรู้สึกไม่ไหวอาจปิดโซเชียลก่อน
- หมอยังยืนยันว่า ถึงแม้การสอบครั้งนี้จะไม่เป็นดังที่หวัง แต่หนทางในชีวิตยังไม่หมดลง ให้เวลาตนเองในการมองหาทางเลือกแบบต่างๆ
- อาจไม่มีทางที่ดีที่สุดที่เป็นสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน มีแต่ทางที่ดีและเหมาะสำหรับตัวเรา
- ปัจจัยในการประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้มีเพียงการอยู่ในสถาบันการศึกษาหนึ่งเดียว ปัจจุบันโลกพัฒนาไปมาก ทางเลือกในการเรียนและพัฒนาตนเองก็มีมากขึ้น นอกจากนี้ สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือ ความพยายาม ความใฝ่รู้และพัฒนาตนเอง ความสามารถในการปรับตัว ความเข้าใจในตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเราสามารถสร้างให้ตนเองได้
สำหรับครอบครัว
- ในช่วงสองสามวันแรกให้รับฟังลูกมากๆเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้เขา
- ความหวังและความเชื่อมั่นในตัวตนของลูกสำคัญมาก เพราะมันส่งผลต่อตัวตนและบรรยากาศที่ลูกจะสัมผัส
- ยืนยันถึงความรักของพ่อแม่ที่ไม่มีเงื่อนไขไม่ได้ขึ้นกับว่าลูกจะสอบได้ไม่ได้อย่างไรพ่อแม่รักลูกเสมอและพร้อมจะอยู่กับลูกในเส้นทางต่อจากนี้
- เมื่อลูกพร้อมและอยากวางแผนต่อ พ่อแม่อาจเป็นผู้ช่วยลูกในการวางแผนและหาข้อมูล
หมอขอเป็นกำลังใจให้เด็กๆและครอบครัวในเส้นทางนี้นะคะ พ่อแม่สามารถมาเรียนรู้เกี่ยวกับวัยรุ่นและเทคนิคการสื่อสารเพื่อให้ความรักและความห่วงใยส่งถึงลูกได้อย่างเต็มที่ทาง https://www.netpama.com/ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
#NetPAMA #เน็ตป๊าม๊า #วัยรุ่น #สัมพันธภาพ #สุขภาพจิต #สื่อสารกับลูก