วิธีสอนให้ลูกเข้าใจความรักที่ปลอดภัยและมีคุณค่า
เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
บทความโดย #หมอพีช
.
รักดีๆ เริ่มจากที่บ้าน การสอนผ่านประสบการณ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เด็กจนโตให้ลูกซึมซับ
และการร้อยเรียงให้กระจ่างผ่านการพูดคุย เป็นการสอนที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดที่พ่อแม่จะให้ลูกได้
.
เมื่อพูดถึงความรักที่ปลอดภัยและมั่นคง จุดเริ่มแรกของลูกที่จะเรียนรู้สิ่งนี้มาจากครอบครัว จึงขอเล่าถึงทฤษฎีความผูกพัน (Attachment theory) โดยจิตแพทย์เด็กและนักจิตวิเคราะห์ John Bowlby ก่อนค่ะ
.
ความแสวงหาความผูกพันใกล้ชิดกับแม่เป็นสิ่งที่ติดตัวแต่กำเนิดเป็นสัญชาตญาณของทารก เมื่อแม่เข้าใจแปลความสัญญาณที่ลูกส่งมาถูกต้องและตอบสนองได้อย่างทันท่วงทีและเหมาะสม เช่น เมื่อลูกร้องไห้หิวนม แม่เห็นลูกก็เข้าใจว่า ร้องไห้แบบนี้ลูกกำลังหิวนม แม่เอานมให้กิน ลูกอิ่มท้องสบายใจ ลูกรู้สึกว่าแม่รักและเข้าใจตน เกิดเป็นประสบการณ์ความรักความอบอุ่นความปลอดภัยจากพ่อแม่แบบนี้ซ้ำๆ ทำให้ลูกแปลความเกิดเป็นภาพในใจ (Internal Working Model) ว่า “ฉันเป็นที่รัก ฉันมีคุณค่า” “พ่อแม่รักฉัน พ่อแม่ให้ความรักความปลอดภัยกับฉัน” “โลกนี้ปลอดภัยเพียงพอ” เกิดเป็นความผูกพันที่มั่นคง (Secure attachment)
.
เมื่อลูกโตขึ้น สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกมีความกล้าในการออกไปสำรวจโลก และเมื่อไม่สบายใจก็จะกลับมาหาพ่อแม่ เช่น ในเด็กวัยเตาะแตะ ลูกออกไปเล่นสักพักจะกลับมากอดแม่เพื่อเติมพลัง ความเชื่อใจและความรักที่ไม่มีเงื่อนไขทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยเพียงพอในการแยกจากพ่อแม่ เช่น ตอนเข้าเรียน ลูกรู้สึกเชื่อมั่นและเคารพผู้ใหญ่ เรียนรู้การมีกติกาและวินัย ค่อยๆเรียนรู้ที่จะแยกจากพ่อแม่และพึ่งพิงตนเองรับผิดชอบตนเองมากขึ้นเรื่อยๆตามวัย
.
เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองว่า ฉันเป็นอย่างไร (ฉันรักตัวเอง ฉันมีคุณค่าเพียงพอในแบบของฉัน ฉันคู่ควรกับความรัก) คนอื่นเป็นอย่างไร (คนเรามีความแตกต่างกันแต่ก็มีคุณค่าทัดเทียมกัน) คนอื่นปฏิบัติต่อกันอย่างไร (ความเชื่อใจและความรักเป็นสิ่งที่มีค่าและปลอดภัยเพียงพอ เราปฏิบัติต่อกันอย่างเคารพและให้เกียรติต่อกัน) ผ่านปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวและสิ่งเด็กเห็นที่คนในครอบครัวปฏิบัติต่อกัน
.
ต่อไปนี้หมอพีชจะกล่าวถึงองค์ประกอบของความสัมพันธ์ที่ดีที่พ่อแม่สามารถสอนลูกผ่านประสบการณ์การอยู่ด้วยกันและการพูดคุยกับลูกค่ะ
.
- เวลาที่ใช้ด้วยกันควรเป็นเวลาแห่งความสุขความสบายใจมากกว่าการทะเลาะหรือดุว่ากัน
- ค่อยๆปรับเวลาและรูปแบบกิจกรรมไปตามวัยของลูก
- ตอนลูกยังเล็กอาจต้องการการเล่นกับพ่อแม่มากหน่อย เมื่อลูกโตเข้าประถมลูกอาจอยากเล่นคนเดียวบ้างเล่นกับพ่อแม่บ้าง เมื่อลูกเข้าวัยรุ่น ลูกอาจต้องการพื้นที่ส่วนตัวหรือเข้าหาน้อยลงแต่ลึกๆเขายังต้องการการกอดและการยอมรับจากพ่อแม่
- ความเข้าใจความต้องการเล่นคนเดียวบ้าง ก็ปล่อยเขาเล่น หรือต้องการเล่นกับพ่อแม่บ้าง ก็เข้าหากัน เป็นหนึ่งในการเชื่อมโยงใจกับลูก
- อารมณ์ที่มั่นคงของพ่อแม่ส่งผลอย่างมาก พ่อแม่ก็เป็นมนุษย์ก็มีทุกข์มีเครียดกันได้ แต่พ่อแม่ควรมีคนที่เป็นที่ปรึกษาพูดคุยของตน โดยไม่เผลอให้ลูกเป็นที่ระบายอารมณ์หรือเป็นที่ปรึกษา
- ความสม่ำเสมอของเวลาและความผูกพันที่ให้กันตั้งแต่ลูกเล็กจนโตสำคัญไม่แพ้ปริมาณเวลา
- ถึงแม้พ่อแม่จะทำงานและมีคนอื่นช่วยดูแล แต่ถึงเวลาก็ใช้เวลาด้วยกันตอนค่ำ ก็ช่วยให้ลูกมีความผูกพันที่มั่นคงได้เช่นกัน
- ความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ดีเป็นสิ่งที่ต้องรักษาเหมือนการปลูกต้นไม้ ตอนเล็กมีเวลาให้ลูกก็เป็นการปลูกต้นกล้าที่แข็งแรง ตอนโตลูกก็ยังต้องการเวลาให้ผลิดอกออกผล
.
- มีการพูดคุยกัน แบ่งปันเรื่องราวชีวิตประจำวัน ให้เวลาเหล่านี้เป็นเวลาแห่งความสุขและปลอดภัย
- การฟังอย่างแท้จริง คือ การฟังเรื่องราว ฟังความรู้สึก ความคิด ความต้องการที่แท้จริง ของลูก เป็นการที่พ่อแม่วางสิ่งอื่นๆที่คิดหรือทำอยู่รวมถึงการด่วนตัดสินลูกไปแล้ว ลองจินตนาการว่าตนเองเป็นลูก สัมผัสในมุมของเขา สิ่งที่เขาเล่า
- การฟังอย่างแท้จริงทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่เข้าใจและกล้าที่จะปรึกษาพ่อแม่
อย่างไรก็ตาม ลูกวัยรุ่นก็อาจต้องการพื้นที่ส่วนตัวหรือมีความลับในใจบ้าง ก็เคารพความต้องการของเขา
- การสื่อสารที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องราวของลูกอย่างละเอียด แต่เป็นบรรยากาศที่ลูกสัมผัสว่า พ่อแม่สนใจและพยายามจะเข้าใจเขา
- ความเห็นต่างหรือความขัดแย้งไม่ใช่สิ่งน่ากลัวหากอยู่ภายใต้การสื่อสารกันอย่างเคารพกัน ไม่ใช้อารมณ์หรือคำพูดทำร้ายจิตใจกัน และยังรับฟังกัน
- ลูกเรียนรู้การจัดการความขัดแย้ง เรียนรู้ว่าความสัมพันธ์มีการทะเลาะและคืนดีกันได้อย่างปลอดภัยเพียงพอ ผ่านสิ่งเล็กๆอย่างการโมโห ขอโทษ พูดคุยปรับความเข้าใจ และคืนดีกันในครอบครัว
.
สิ่งที่พ่อแม่ทำให้ลูกเหล่านี้ ทำให้ลูกรักตนเองเป็นผ่านการที่พ่อแม่รักฉัน ลูกเคารพตนเองและผู้อื่นผ่านการเคารพกันในครอบครัว เด็กที่เข็มแข็งและอ่อนโยนจะให้ความรักคนอื่นเป็นและอ่อนโยนกับผู้อื่น ไม่เอาตนเองไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ เพราะรู้ว่า รักที่มีคุณค่าและปลอดภัยคืออะไร พ่อแม่สามารถเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติมในการดูแลลูกได้ผ่าน http://netpama.com/ ค่ะ แบบฟรีๆเลยค่ะ
Positive Parenting Anywhere Anytime มาเลี้ยงลูกเชิงบวกกับ 'เน็ตป๊าม้า' หลักสูตรออนไลน์สอนเทคนิคการปรับพฤติกรรมเด็กเชิงบวก
Empower Families, Enrich Societies
เสริมพลังครอบครัว, สร้างพลังสังคม
Positive Parenting Anywhere Anytime มาเลี้ยงลูกเชิงบวกกับ 'เน็ตป๊าม้า' หลักสูตรออนไลน์สอนเทคนิคการปรับพฤติกรรมเด็กเชิงบวก
Empower Families, Enrich Societies
เสริมพลังครอบครัว, สร้างพลังสังคม
.
เน็ตป๊าม้า ขอแนะนำหลักสูตรออนไลน์ สอนเทคนิคเชิงบวกในการปรับพฤติกรรมเด็ก
คอร์สเร่งรัด
เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่มีพื้นฐานการปรับพฤติกรรมเด็กเชิงบวกอยู่แล้ว
แต่ต้องการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็กที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
คอร์สจัดเต็ม
เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเรียนรู้และฝึกใช้เทคนิคการปรับพฤติกรรมเด็ก
อย่างเป็นขั้นบันได เพื่อเตรียมพร้อมที่จะนำไปรับมือกับปัญหาพฤติกรรมเด็ก
อย่างมั่นใจ